คุณหญิงสุภาพ ยศสุนทร

 ๑

งานรับใช้ชาติ ของ สุภาพ ยศสุนทร

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ สุภาพ (รักตประจิต) ยศสุนทร อาสาสมัครเข้าเป็นเสรีไทยโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพราะใจรักชาติเช่นเดียวกับผู้อื่นที่เป็นนักเรียนร่วมสมัยกันในประเทศอังกฤษขณะนั้น พวกเราภูมิใจมากที่เสรีไทยในอังกฤษมีสมาชิกเป็นสุภาพสตรีใจเด็ดหลายคน นับตั้งแต่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ท่านหญิงผ่องผัสมณี สวัสดิวัตน์ หม่อมเสมอ สวัสดิวัตน จนถึงสุภาพ บุบผา และอนงค์ (แต้สุจิ) ถ้ารัฐบาลอังกฤษใจกว้างสักหน่อย ก็คงจะได้มีทหารหญิงสุภาพเข้ามาโดดร่มชูชีพ ฝึกกองโจรกับเราในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่ได้เป็นทหาร สุภาพก็ทำหน้าที่เสรีไทยอย่างเต็มที่ คือ เป็นเลขานุการให้คุณมณี สาณะเสน หัวหน้าเสรีไทยในอังกฤษ และออกไปปฏิบัติงานในประเทศอินเดียทางด้านโฆษณาทางวิทยุและเอกสารอยู่จนเลิกสงคราม

มีอยู่ระยะหนึ่งที่สุภาพเข้าทำงานกับรัฐบาลนอร์เวย์ (พลัดถิ่น) ในกรุงลอนดอน ผู้บังคับบัญชา คือ Mr. Erik Brofoss ซึ่งต่อมาได้เป็นผู้ว่าการธนาคารชาติและรัฐมนตรีว่าการคลังของนอร์เวย์ จุดเริ่มต้นของงานธนาคารกลางระหว่าประเทศของสุภาพอยู่ที่ตรงนี้ และ Governor Brofoss ก็เป็นทั้งเพื่อน ทั้งครู และเพื่อนร่วมงานของสุภาพตลอดมาจนวันสิ้นชีวิต

ผมได้มีโอกาสร่วมงานที่เป็นราชการกับสุภาพตั้งแต่แรกเริ่ม จนกระทั่งจากกันไป เมื่อสุภาพเริ่มเข้าทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในปี ๒๔๙๐ ผมยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยลอนดอน สุภาพเขียนจดหมายชักชวนให้เข้ามาทำงานธนาคารชาติด้วยกันเมื่อผมเรียนสำเร็จ โดยมีข้อจูงใจว่าเป็นงานใหม่ ส่วนค้นคว้าเพิ่งเริ่มตั้ง มีคุณสมหมาย ฮุนตระกูล เป็นหัวหน้าส่วน กำลังคึกคัก ต้องใช้วิชาการมากและ “สนุกดี” โดยที่ผมเป็นนักเรียนทุนของกระทรวงการคลัง ย่อมมีข้อผูกพันที่จะทำงานในกระทรวงการคลัง (แม้ว่าคุณเล้ง ศรีสมวงศ์ ขณะที่เริ่มงานธนาคารชาติจะได้ชักชวนผ่านคุณหลวงอาจพิศาลกิจ ทูตการคลังในสถานทูตไทยลอนดอนขณะนั้นก็ตาม) ฉะนั้นเมื่อผมกลับมาจากการศึกษาในปี ๒๔๙๒ ผมจึงเข้าสังกัดกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังในวาระเริ่มแรก แต่ในปลายปีนั้นเอง เนื่องจากประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก สถาบันทั้ง ๒ นี้ได้ส่งคณะผู้แทนเข้ามากรุงเทพเป็นครั้งแรก หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ ผู้ว่าการธนาคารชาติ ได้ขอให้กระทรวงการคลังส่งตัวผมไปร่วมงานส่วนค้นคว้าที่ธนาคารชาติ เพื่อต้อนรับคณะผู้แทนทั้ง ๒ คณะ ผมจึงได้เริ่มทำงานกับเพื่อนๆ ที่ธนาคารชาติ และได้ร่วมงานด้านราชการกับสุภาพแต่นั้นมาจนบัดนี้เกือบ ๒๕ ปี

สุภาพอายุน้อยกว่าผม เรียนทีหลังผม จึงตกเป็นหน้าที่เป็นผู้ช่วยผมอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าพูดโดยปราศจากอคติแล้ว ถ้าจะกลับหน้าที่กัน ให้สุภาพเป็นหัวหน้า ผมเป็นผู้ช่วย ก็จะราบรื่นและได้ประโยชน์อย่างเดียวกัน เพราะสติปัญญาความรอบรู้ ความริเริ่ม ความกว้างขวางของสุภาพนับได้ว่ายอดเยี่ยม หาเสมอเหมือนได้ยาก ผมพูดเช่นนี้ได้เต็มปาก เพราะตลอดเวลาที่ผมเป็นรองผู้ว่าการ (๗ เดือน) และเป็นผู้ว่าการธนาคารชาติ (๑๒ ปี) สุภาพเป็นคู่คิด เป็นหัวคิดให้ เป็นหูเป็นตาให้อย่างสนิทสนม สุภาพมีนิสัยไม่เกรงใจนาย ยิ่งนายอย่างผมยิ่งไม่เกรงใจ เพราะสนิทสนมกันมาก ฉะนั้น เวลาสุภาพวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ของธนาคารชาติ สังเกตได้ว่าสุภาพวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา เอาใจของผู้ว่าการไปใส่ใจของสุภาพ วินิจฉัยด้วยความรับผิดชอบเสมือนตนเองเป็นผู้ว่าการ แน่ละ บางครั้งย่อมมีความคิดเห็นขัดกัน และเมื่อได้เถียงกันไปสักพักใหญ่ ต่างคนต่างหยุดหัวเราะสักที แล้วถามซึ่งกันและกันว่า ใครเป็นผู้ว่าการกันแน่?

ในสมัยที่สุภาพได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการในปี ๒๕๐๓ นั้น ส่วนค้นคว้าได้เลื่อนฐานะเป็นฝ่ายแล้วสัก ๒–๓ ปี แต่กล่าวได้อย่างยุติธรรมว่างานของฝ่ายวิชาการได้เจริญเติบโตทำหน้าที่ทางวิจัยด้านเศรษฐกิจเป็นยอดเยี่ยมในประเทศไทยได้ก็ด้วยน้ำแรงและความคิดอ่านของสุภาพ เป็นผู้ก่อร่างสร้างฝ่ายวิชาการให้มั่นคง ทั้งด้านระบบงาน และการสร้างสรรค์ สะสมพนักงานที่มีคุณวุฒิ สุภาพเป็นคนเข้มแข็งในการงาน ใจร้อน นายสั่งอะไรไป พรรคพวกต้องขะมักเขม้นทำไม่ชักช้าและต้องทำดีด้วย มิฉะนั้นจะถูกเล่นงาน แต่พรรคพวกส่วนใหญ่ก็รู้ว่าแกปากร้ายใจดี บางคนที่ไม่รู้ก็กลัวจนลาน เมื่อพรรคพวกส่งงานมาสุภาพจะต้องกลั่นกรองอย่างละเอียด ผมเคยได้ยินสุภาพดุพนักงานฝ่ายวิชาการว่าทำชุ่ย ๆ อย่างนี้เสนอผู้ว่าการได้หรือ เพราะฉะนั้นเมื่องานส่งขึ้นมาถึงผู้ว่าการจากสุภาพ ผมก็อ่านได้ด้วยความสบายใจ ไม่ต้องห่วงว่าจะชุ่ย จะคอยระวังดูก็แต่ว่าข้อเสนอจะแก่ไปหรืออ่อนไปเท่านั้น

พูดถึงความแก่ไปหรืออ่อนไป เอาเป็นแน่ไม่ได้ว่าสุภาพกับผมใครจะมุทะลุหรือรุนแรงกว่ากัน บางครั้งก็สุภาพ บางครั้งก็ผม ในคำนำหนังสือ เศรษฐกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งเราทั้ง ๒ ร่วมกันเรียบเรียง ผมได้กล่าวไว้ว่า “ความเห็นและถ้อยคำใดที่อาจจะแสลงใจแสลงหูท่านผู้อ่านนั้นก็เป็นของผู้เรียบเรียง เพราะผู้เรียบเรียงได้เคยรับคำตักเตือนทักท้วงจากผู้ร่วมงานบ้างแล้ว แต่ได้ยืนยันให้คงอยู่ด้วยเห็นว่าการเน้นเรื่องสำคัญโดยปราศจากอคติหรือเจตนาร้ายในส่วนบุคคลย่อมอยู่ในคุณวิสัยของนักวิชาการ” ผู้ร่วมงานที่ตักเตือนทักท้วงนั้นไม่ใช่ใครอื่น สุภาพนั่นเอง และความเห็นและถ้อยคำที่อาจแสลงใจแสลงหูใครนั้นอยู่ในบทที่ ๒๑ ธรรมะในด้านเศรษฐกิจ สุภาพท้วงว่าเอาอย่างนี้เหรอ ไปว่ารัฐมนตรีเขาเป็นโจรจะเหมาะเหรอ? ผมก็ว่าเอาน่า สุภาพก็ว่าเอาก็เอา ครั้นแล้วไม่กี่เดือนต่อมา สุภาพก็เอาบทที่ ๒๑ ว่าด้วยธรรมะในด้านเศรษฐกิจนั่นเองไปใช้แสดงปาฐกถาให้ฝรั่งฟัง บอกว่าให้ฝรั่งรู้เสียบ้างว่าคนไทยที่มีธรรมะก็มีอยู่

ถึงบทที่เจ้าหล่อนจะฉุนเฉียว เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรากฏว่าใครในราชการกินกันโกงกันอย่างไร สุภาพจะต้องมานั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของผม พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นแล้วว่าอารมณ์ไม่ปกติ ประตูเปิดก็ลมวูบเข้ามาตามแรงตัวสุภาพ พอนั่งลงได้ก็พูด พูด พูด พูดใส่คะแนนไม่ทัน บางครั้งก็ต้องขอให้หยุดก่อน แล้วให้เริ่มเล่าตั้งต้นใหม่เพราะไม่รู้เรื่องมาแต่เดิม นั้นแหละจึงยิ้มออก แล้วบางทีก็ว่า มาสเซ่อ[1]วันนี้เซ่อจริง

ความตากว้างหูกว้างของสุภาพนั้นทำให้เกิดคำพังเพยในหมู่ฝรั่งนักธุรกิจและวิชาการว่า “ถ้าใครมากรุงเทพฯแล้วไม่รู้จักสุภาพ คนนั้นยังไม่รู้จักกรุงเทพฯ ถ้าใครมากรุงเทพฯแล้วสุภาพไม่รู้จัก คนนั้นไม่สำคัญเลย” สุภาพเป็นคนที่ดูคนเก่ง ดูลึกซึ้งถึงจิตใจ บางครั้งก็อดมีอคติไม่ได้ตามวิสัยปุถุชน แต่คนส่วนใหญ่มักจะแม่น “มาสเซ่อจำได้ไหมว่าเราเคยเตือนว่ามาสเซ่อเลี้ยงเจ้าคนนี้ไว้จะไม่เป็นมงคล” เป็นคำต่อว่าที่ผมไม่มีคำตอบสุภาพ นอกจากนั้นการทำงานในเมืองไทยนั้น บางครั้งผู้ที่ไม่รู้อาจจะไปจุดไต้ตำตอเข้า จำเป็นที่จะต้องรู้สึงวงศาคณาญาติความเกี่ยวดองความเป็นมิตรเป็นศัตรูของคนทั้งหลาย ถ้าอยากรู้เรื่องชนิดนี้ไปเปิดบรรณานุกรม หรือ encyclopedia ก็ไม่พบ ต้องใช้ encyclopedia สุภาพ

สุภาพกับผมเห็นพ้องต้องกันอยู่ในหลักการเกี่ยวกับราชการหลายข้อ หลักการข้อหนึ่ง ก็คือ ธนาคารจะดำเนินงานแคบ ๆ ไม่เอาใจใส่ต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในราชการไม่ได้ “ผู้ว่าการจะต้องออกไปสู้กับเขานอกธนาคาร” เขาในที่นี้คือรัฐบาล ถ้าปล่อยให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องต่าง ๆ โดยธนาคารชาติไม่เกี่ยวข้องแต่ต้นมือ เมื่อมีปัญหาขึ้น เช่น ขาดเงินคงคลัง รัฐบาลจะต้องรุกเข้ามาถึงธนาคารชาติ เพราะเมื่อจวนตัวอย่างนั้นแล้ว ธนาคารชาติก็ไม่ใคร่จะมีทางเลือกที่จะแก้ไขปัญหา ฉะนั้น งบประมาณรายจ่าย รายได้ ก็ดี การวางแผนเศรษฐกิจและสังคมก็ดี การพิจารณาโครงการใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การศึกษา งานมหาดไทย การทหาร ธนาคารชาติมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องร่วมพิจารณาแต่ชั้นต้นมือ ซึ่งเป็นหลักการและหลักปฏิบัติใหม่ผิดแผกไปจากประเพณีธนาคารชาติทั้งหลาย เฉพาะอย่างยิ่งธนาคารในยุโรป สุภาพมักจะนำความไปโอ้อวดเพื่อน ๆ ต่างชาติทั่วโลกว่าในโลกนี้มีแต่ผู้ว่าการธนาคารชาติของไทยเท่านั้นที่รับผิดชอบโครงการระบายน้ำโสโครก

นโยบายอีกข้อหนึ่งที่สุภาพได้ช่วยผมมาก คือ นโยบายติดต่อกับธนาคารชาติของประเทศต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราได้ร่วมกันเบิกโรงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกลุ่มธนาคารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นปึกแผ่นจนถึงทุกวันนี้ เป็นองค์กรที่เรียกว่า SEACEN ย่อมาจาก South-East Asian Central Bank Group  SEACEN ร่วมกันวิจัย ร่วมกันปฏิบัติการในสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในหมู่พวกเรา ความสนิทสนมระหว่างกันมีอยู่ทุกระดับชั้นของธนาคารชาติต่าง ๆ ทำให้รู้สึกเป็นกันเอง ใครมีปัญหาก็ร่วมกันแก้ไข ทำให้ทำงานกันง่ายขึ้น จนกระทั่งกลุ่มประเทศดังกล่าวสามารถรวมกลุ่มขึ้นทั้งในธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ สามารถยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาอำนาจทางการเงินทั้งหลาย ในงานทั้งหลายนี้สุภาพเป็นผู้บุกเบิก เป็นผู้ประสานงาน และวิ่งเต้นไม่คิดแก่ความเหนื่อยยาก ใครเข้าพม่าไม่ได้ เจ้าหล่อนก็บุกเข้าไปท่องพม่าได้ตามสบาย ประเทศใดมีปัญหา ประเทศอื่นๆ ก็ร่วมใจกันส่งสุภาพไปฟันปัญหาสำเร็จทุกที กระทั่งผู้ว่าการชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายยกย่องสุภาพคล้ายกับเป็นผู้ว่าการคนหนึ่งในหมู่ของท่าน ประธานธนาคารโลกนิยมรักใคร่สุภาพเป็นพิเศษ และธนาคารชาติทั้งหลายได้ร่วมใจกันยกย่องแต่งตั้งให้สุภาพเป็นกรรมการบริหารธนาคารโลกแทน ๗ ประเทศ คือพม่า ศรีลังกา ลาว มาเลเซีย เนปาล สิงคโปร์ และไทย

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่มีชื่อว่ามีเสถียรภาพเป็นเอกในโลกเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วมานั้น สุภาพมีส่วนรับผิดชอบด้วย โดยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทุกรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตั้งแต่ปี ๒๔๙๙-๒๕๑๓ และเป็นผู้จัดการในปี ๒๕๑๓-๒๕๑๗ (คุณพิสุทธิ์ นิมมานเหมินท์ เป็นผู้จัดการระหว่างปี ๒๔๙๘-๒๕๐๘ และคุณสมหมาย ฮุนตระกูล ระหว่างปี ๒๕๐๘-๒๕๑๓)

งานทางด้านมหาวิทยาลัย และความก้าวหน้าในวิชาเศรษฐศาสตร์ พาณิชย์ และการบัญชี สุภาพอุทิศเวลาให้อย่างไม่มีเงื่อนไข กล่าวได้ว่าสุภาพรู้จักศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ทั่วโลกมากกว่าผมรู้จักเป็นหลายเท่า และการพัฒนาการสอนปริญญาโทภาษาอังกฤษวิชาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้อาศัยกำลังความคิดของสุภาพเป็นอันมาก

ในด้านส่วนตัวระหว่างครอบครัวสุภาพกับครอบครัวผม ความสนิทสนมได้มีมาก่อนความสนิทสนมทางการงานด้วยซ้ำ ที่สุภาพเรียกผมว่ามาสเซ่อก็เพราะประจิตร[2]เคยเรียนที่อัสสัมชัญตอนผมเป็นครูที่นั่น เลยเรียกผมตามประจิตร  ประจิตร สุภาพ และปุ๊กแป๊ก จะต้องมางานคริสต์มาสประจำปีที่บ้านผมทุกปีเมื่อลูกๆ เรายังเด็กอยู่ เพราะฉะนั้นมาร์เกร็ทกับผมจึงมีความเศร้าโศกยิ่งนักเมื่อสูญเสียสุภาพไป มาร์เกร็ทถึงกับบอกว่าไม่น่าเลย ไม่ยุติธรรม สำหรับผมนั้น แม้จะสามารถปลงอนิจจังได้ ก็ไม่วายที่จะใจหายเมื่อขาดคู่คิด ที่ปรึกษา เพื่อนสนิท และผู้หญิงประเสริฐอีกคนหนึ่งในชีวิตของผม.

 

พิมพ์ครั้งแรกใน อนุสรณ์ในงานรับพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงสุภาพ ยศสุนทร ท.ช., ท.ม., ต.จ. ณ เมรุวัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร วันอังคารที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๗

 

 

สุภาพที่รัก

 

ในขณะที่ผมกำลังเขียนเอกสาร “ขั้นตอนต่าง ๆ สู่ระเบียบการเงินระหว่างประเทศ”[3] อยู่นี้ อีกทั้งขณะที่ผมอ่านทวนต้นฉบับ ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้ และรู้สึกว่าขาดคุณไป เรื่องที่เขียนนี้ความจริงเป็นเรื่องที่คุณเชี่ยวชาญมาก และถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะได้เขียนร่วมกับผมอย่างแน่นอน

แต่ถึงอย่างไร คุณก็มีส่วนร่วมอยู่ดี แม้โดยทางอ้อมก็ตาม นั่นคือเอกสารนี้สำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดีจากลูกศิษย์และผู้ช่วยของคุณ ๒ คน[4] ผมทิ้งเรื่องสถานการณ์การเงินระหว่างประเทศมานาน ๒ ปีแล้ว ประกอบกับผมมัวยุ่งอยู่กับเสรีภาพและประชาธิปไตยของไทยในขณะนี้ทำให้ผมแทบจับต้นชนปลายไม่ถูกในเรื่องการเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับด้านนี้ออกจะสับสนอยู่สักหน่อย

คุณคงจำได้ว่า คุณเองที่ยุให้ผมรับหน้าที่นี้ในการเขียนเอกสารให้ Per Jacobson และบนเตียงที่คุณนอนสิ้นใจนั่นเอง คุณได้แสดงความดีใจอย่างมาก เมื่อผมบอกว่าผมตกลงใจรับเขียนให้ ผมได้แต่หวังว่าเอกสารนี้คงไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ถ้าผมมีเวลามากกว่านี้ ผมคงได้มีส่วนร่วมในหนังสืออนุสรณ์ของคุณด้วยข้อเขียนอีกชิ้นหนึ่ง เล่าถึงประสบการณ์ร่วมกันระหว่างเราทั้ง ๒ ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากระหว่างปี ๑๙๕๐-๑๙๖๐ เมื่อเราได้ช่วยกันพยายาม (ด้วยความสำเร็จบางส่วน) สร้างระเบียบและความเชื่อถือต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของไทย เอกสารนี้ยังจำเป็นอยู่ ไม่ใช่เพราะเหตุทางทฤษฎี หรือปัญหาทางวิชาการอันเป็นประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นหลัง แต่เพราะว่าความพยายามในการสร้างระเบียบ ประสิทธิภาพ และความเชื่อถือต่อระบบเศรษฐกิจของเรานั้น เป็นการสู้ที่เราต้องทำไม่หยุดหย่อน ในโลกแห่งความโหดร้ายของเรานี้ สิ่งที่เราเล่าขานสู่อนุชน อาจช่วยให้เขาเหล่านั้นรู้ว่าควรทำอะไรหรือไม่ควรทำอะไร ควรทำอย่างไรและไม่ควรทำอย่างไร ในการต่อสู้กับอนุชนเหล่านั้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้ร่วมงานรุ่นเยาว์ของเราคงต้องพบกับความผิดหวัง อย่างที่พวกเราได้พบมาก่อนหน้าพวกเขาแล้ว ในความตกต่ำสุดขีดเพราะเหตุความล้มเหลว หนุ่มสาวเหล่านั้นอาจเรียนรู้ว่าจะรักษาอุดมการณ์ไว้ได้อย่างไร ดังที่คุณและผมรวมทั้งเพื่อน ๆ ได้ทำมาแล้วในอดีต คุณคงหวังอย่างแน่วแน่ว่า อนุชนของเราจะรักษาความซื่อสัตย์ ความร่วมแรงร่วมใจ และกำลังใจในการรับใช้ส่วนรวมอย่างแน่วแน่ตลอดไป

ผมหวังอยู่เสมอว่าจะมีเวลาได้เขียนเรื่องทำนองนี้

ในระหว่างนั้น คุณคงไม่ชอบใจเท่าไรนัก ที่ผมเข้าไปพัวพันกับการเมืองและงานด้านรัฐธรรมนูญ ครั้งหนึ่งคุณเคยเตือนผมที่ผมเกี่ยวข้องมากเกินไปกับปัญหาความเป็นธรรมของปัจเจกชน ความเป็นธรรมของสังคมและเสรีภาพ คุณพูดว่าไม่มีความยุติธรรมชนิดสมบูรณ์๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในโลกนี้หรอก และผมก็ตอบคุณว่าก็เพราะอย่างนั้นซิ เราถึงต้องใช้ความพยายามเป็น ๒ เท่า เพื่อให้อย่างน้อยที่สุดได้ใกล้ความยุติธรรมสมบูรณ์ให้มากที่สุด

แน่ละ คุณมีเหตุผลมากทีเดียวในการวิจารณ์เช่นนั้น คุณวิตกมากในเมื่อเวลานั้น การใส่ร้ายป้ายสีและการกระจายข่าวลือเพื่อสร้างความเกลียดชังในการพลาดท่าเสียทีของผมทางสังคมและการเมือง คุณคงต้องวิตกกังวลหนักขึ้นไปอีกกับเหตุการณ์ในเวลานี้

ในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของผมทั้งในและนอกสภานิติบัญญัติ ระหว่าง ๒ เดือนที่ผ่านมานี้ จริงดังที่คาด ผมมีเรื่องโต้แย้งอยู่เสมอต่อการกลั่นแกล้ง การบิดเบือน แม้กระทั่งการโป้ปดมดเท็จกันซึ่งๆ หน้า ถ้าเป็นปฏิปักษ์แบบเปิดเผยตรงไปตรงมา ผมยินดีต้อนรับ แต่ถ้าเป็นปฏิปักษ์แบบเต็มไปด้วยเล่ห์กระเท่ ผมก็ได้แต่เศร้าใจ คำเรียกร้องเพื่อเสรีภาพแห่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ได้ถูกตราหน้าประหนึ่งว่าเป็นการคดในข้องอในกระดูก เป็นการหลบเลี่ยง ไร้ศีลธรรม และทรยศ เสรีภาพทางวิชาการถูกโจมตีว่าเป็นสิทธิที่อันตราย เมื่อเพื่อนๆ และผมสนับสนุนให้มีเสรีภาพในความเชื่อทางการเมือง เราก็ถูกตราหน้าว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ผู้พร้อมที่จะทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ท้ายสุดเมื่อปรปักษ์ของผมสิ้นปัญญาที่จะหาเหตุมาโจมตี ก็หันมาเล่นงานเรื่องเชื้อสายที่เป็นจีนของผม ชื่อเป็นจีนของผม แม้กระทั่งเชื้อสายภรรยาของผมก็ไม่ละเว้น

ในการเขียนถึงเรื่องนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจบ่นให้ใครๆ อย่างน้อยที่สุดคุณคนหนึ่งละให้รู้สึกเสียใจแทนผม ผมเพียงต้องการแสดงความยินดีกับคุณ ในความจริงที่ว่าการต่อสู้ของคุณนั้นยุติลงแล้ว เพื่อนๆ และผมต้องรับภาระหนักขึ้นอีกในการต่อสู้ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่สำคัญนัก โดยเฉพาะในเรื่องเสรีภาพ สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ความจริงที่ว่าคุณกับผมได้เห็นพ้องต้องกันว่า อุดมการณ์นั้นมีค่าควรแก่การต่อสู้ แม้มองไม่เห็นชัยชนะ

 

สันติสุข

๒๒ สิงหาคม ๒๕๑๗

 

 

 

[1]           มาจากคำว่า มาสเตอร์ (Master) ที่ใช้เรียกครูผู้ชายในโรงเรียนอัสสัมชัญ.

 

[2]           สามีของคุณหญิงสุภาพ.

 

[3]           Step to International Monetary Order เอกสารเสนอในการประชุมมูลนิธิ Per Jacobson ณ กรุงโตเกียว ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๗.

 

[4]           คือ นายวิจิตร สุพินิจ และ นางสาววิยะดา อวิลาสกุล แห่งธนาคารแห่งประเทศไทย