ฮูแบร์โต

 

 ท่านภราดาจารย์ฮูแบร์โต

วันนี้เราชุมนุมกันในงานมิซซาขับ หน้าศพท่านภราดาจารย์ฮูแบร์โต ที่รักของเรา ในงานนี้ผมสังเกตพบศิษยานุศิษย์ของท่านภราดาทั้งรุ่นพี่ผมและรุ่นน้องผมอยู่หลายท่าน แต่ผมเชื่อว่าคงมีศิษย์ของท่านอีกจำนวนไม่น้อยซึ่งหากสามารถมา ก็คงต้องมาร่วมพิธีนี้แน่ ๆ เพราะท่านภราดาผู้ล่วงลับไปเป็นที่รักยิ่งและเคารพยิ่งของพวกเราอัสสัมชนิกทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ในภาคฝรั่งเศสซึ่งท่านสอนอยู่ประจำ หรือจะเป็นศิษย์ในภาคอังกฤษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภราดา โดยที่ท่านภราดาเป็นอาจารย์อาวุโส และเป็นผู้ควบคุมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ฉะนั้น ข้อความที่ผมจะกล่าวพยายามถอดจากดวงใจของอัสสัมชนิกรุ่นพี่ รุ่นผม และรุ่นหลังๆ ซึ่งท่านอธิการโรงเรียนได้ให้เกียรติแก่ผมเป็นผู้กล่าวแทนเพื่อแสดงความอาลัยรักและสดุดี ณ ที่นี้

ในอดีต ในโอกาสงานศพของท่านภราดาจารย์ฮีแลร์ ซึ่งผมได้รับเชิญให้มากล่าวคำสดุดีในหอประชุมนี้ ผมได้สามารถกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศส เพราะเป็นภาษากำเนิดของท่านภราดาจารย์ และเป็นภาษาที่ท่านภราดาจารย์สอนพวกเรามา มาครั้งนี้ตั้งใจจะกล่าวเป็นคำฝรั่งเศสทำนองเดียวกัน แต่เสียใจที่ไม่สามารถจะกระทำได้ เพราะเหตุ ๒ ประการ คือ ผมมีเวลาเตรียมตัวเพียง ๑ ชั่วโมง และอีกประการหนึ่ง คราวงานท่านภราดาฮีแลร์ ผมได้สามารถเสนอร่างให้ท่านภราดาฮูแบร์โตตรวจแก้อย่างที่ท่านเคยกระทำมา สมัยผมเป็นนักเรียนประจำชั้นของท่านประมาณ ๔๓ ปีก่อนนั้น ภราดาจารย์ ฮูแบร์โต ก็ยินดีกระทำโดยใช้หมึกแดงแก้ไขเพิ่มเติมให้ ไม่ผิดกับกาลก่อนโน้น ร่างที่ผมเสนอท่านนั้นเขียนด้วยหมึกน้ำเงิน เมื่อภราดาฮูแบร์โตส่งคืนมาปรากฏว่ารอยหมึกแดงมีมากพอ ๆ กับหมึกน้ำเงิน ซึ่งนับว่าเป็นพระเดชพระคุณอันล้นเหลือ ครั้งสุดท้ายที่ท่านภราดาฮูแบร์โตมีต่อผมเป็นส่วนตัว ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้แต่วิงวอนให้วิญญาณของท่านภราดาได้โปรดให้อภัยแก่ศิษย์ผู้ไม่สามารถกล่าวสดุดีอาลัยท่านในวันนี้ ในภาษากำเนิดของท่านได้

ท่านภราดาฮูแบร์โตแห่งนครอิเคจ เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม คริสต์ศักราช ๑๘๘๕ ณ ตำบล Laire ในแคว้น Saint Germain L’Herm ประเทศฝรั่งเศส นามเดิมของท่าน อังตวน เดอจอร์จ ได้เข้าศึกษาเพื่อเป็นนักบวชขั้นต้นที่เมือง Clermont–Ferrand ในเดือนมีนาคม ในปี ๑๙๐๐ ต่อมาเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน สมัครเข้าเป็น novice (คล้ายสามเณร) ณ ตำบล Rochin, Lillo เริ่มถือศีลปฏิญาณตนเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๑๙๐๒ และถือบวชเป็นภราดา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๑๙๑๐ ณ นครบรัสเซลส์

ระหว่างปี ๑๙๐๕ ถึง ๑๙๒๐ ท่านได้เริ่มสอนในโรงเรียนสเปน และเวเนซุเอลา (ได้รับผิดชอบเป็นอธิการในเวเนซุเอลารวม ๘ ปี) ต่อมาท่านจึงได้เข้ามาในประเทศไทยเพื่อสนองความต้องการของโรงเรียนอัสสัมชัญและประเทศไทยในปี ๑๙๒๐ และท่านได้อุทิศชีวิตตั้งแต่นั้นมาให้แก่นักเรียนไทยจน ปี ๑๙๖๗ (เว้นอยู่เพียง ๖ ปี คือ ๑๙๔๐ – ๔๖ ซึ่งการเมืองระหว่างประเทศบังคับให้ท่านต้องย้ายไปสอนในประเทศอินเดียชั่วคราว) เมื่อท่านมีอายุ ๘๒ ปี จึงได้เลิกสอนเพื่อพักผ่อนตามสภาพความชราและทุพพลภาพ แต่ท่านก็ยืนยันขอดำรงชีวิตต่อไปในประเทศไทยจนถึงแก่กรรม ตลอดเวลาตั้งแต่ปี ๑๙๒๐ จนถึงวันมรณะ ภราดาฮูแบร์โตไม่เคยสนใจที่จะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของท่านเลย และระหว่างที่พ้นเกษียณอายุทำงานไป ท่านก็สนใจอยู่แต่ในการอ่าน การเขียน–บันทึก เขียนบทความทางวิชาการ เก็บรักษาผีเสื้อ (ของโปรด) ของท่าน และได้เขียนหนังสือเรื่องผีเสื้อของประเทศไทยไว้เป็นมรดกแก่วงวิชาการในประเทศไทย และของโลกต่อไป

ท่านภราดาฮูแบร์โต อุทิศชีวิตและสติปัญญาของท่านให้แก่พวกเราศิษย์ของท่านอย่างที่จะหาผู้ใดเกินกว่ามิได้ ในบรรดาศิษย์เก่าของท่านมีนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ ผู้นำทางสังคม ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ในวงการเมือง เป็นอันมาก ท่านดีใจที่ศิษย์ของท่านไม่ว่าจะมีฐานะต่ำต้อยหรือสูงศักดิ์ไปเยี่ยมท่าน ท่านปลื้มปีติใจเป็นพิเศษเมื่อมีผู้กล่าวขวัญถึงศิษย์คนนั้นคนนี้ว่ามีคุณธรรม ความสุจริต และความเที่ยงธรรม ระหว่างที่ท่านรับผิดชอบสอนประจำอยู่ท่านสามารถคุมนักเรียนของท่านให้อยู่ในระเบียบวินัยอยู่เสมอ ด้วยความเมตตา และความยุติธรรม ท่านสามารถควบคุมสติของท่านเองให้อยู่ในระเบียบวินัยต่อผู้บังคับบัญชาอยู่เสมอ ไม่ว่าผู้บังคับบัญชานั้นจะอ่อนอาวุโสทางวัยวุฒิกว่าท่านหรือไม่ ท่านภราดาฮูแบร์โตมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้ยึดมั่นในหลักการอย่างแน่นแฟ้น และถ้าเห็นว่าหลักการของท่านถูกต้องแล้ว ท่านก็ไม่เกรงที่จะแสดงความคิดเห็นจนบางครั้งมีผู้เข้าใจผิดว่าท่านเป็นคนดื้อดึง แต่คุณธรรมของท่านที่เราเทิดทูนยังกล่าวถึงอยู่เสมอในบรรดาสานุศิษย์ คือความถ่อมตน ความจงรักภักดี ความตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ และความศรัทธาในศาสนาของท่าน

อัสสัมชนิกแทบทุกรุ่นรู้จักภราดาฮูแบร์โต และยกย่องว่าท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกประจำโรงเรียน นอกจากท่านจะสอนวิทยาศาสตร์ให้เราสามารถใช้เครื่องมือเครื่องใช้ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ซึ่งท่านเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมแล้ว สิ่งประเสริฐที่ท่านได้ประสิทธิ์ประสาทให้แก่พวกเรา ก็คือ วิธีการใช้ความคิดพิจารณาด้วยหลักวิทยาศาสตร์ คือการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ โดยใช้เหตุผลด้วยความเป็นธรรม ปราศจากอคติ และสามารถรู้จักระเบียบระบบคิดได้จนเป็นนิสัย ข้อนี้กระมัง ที่ได้ช่วยให้พวกเราศิษย์บางคนสามารถเจริญวิชาการชั้นสูงต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทางมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีหรือประยุกต์ และไม่ว่าพวกเราจะประกอบอาชีพแขนงใด

แต่คุณธรรมอันประเสริฐที่พวกเราเหล่าศิษย์ได้รับจากท่านภราดาจารย์ผู้นี้ ได้แก่ ความเที่ยงตรง ความยุติธรรม ปราศจากอคติ ซึ่งมิใช่แต่ท่านพร่ำสอนให้แก่พวกเรา ท่านยังปฏิบัติเป็นตัวอย่างให้เราเห็นและลอกแบบ พวกเราจำได้สนิทว่าท่านมีนัยน์ตาสีฟ้าอันแจ่มใส อันแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจไม่ว่าท่านจะชมเชยเราหรือทำโทษเรา เวลาที่ท่านคุมนักเรียนขณะพักเรียนในโรงเล่น พวกเราสังเกตและจดจำได้แม่นยำว่า ท่านภราดาฮูแบร์โตเดินจากจุดหนึ่งถึงจุดหนึ่งกลับไปกลับมา ศีรษะตรง ไหล่ตรง ลำตัวตรงเป็นไม้บรรทัด เท้าของท่านก้าวไม่ยาวเกินไป ไม่สั้นเกินไป ต้องตามจังหวะ บางครั้งพวกเราจับเวลาที่ท่านเดินระหว่างต้นทางกับปลายทาง ทุกเที่ยวต้องเท่ากันเด็ดขาด นี่เป็นเพียงสัญลักษณ์ ภายในใจของท่านและการแสดงของท่านก็ไม่สั้น ไม่ยาว ไม่วอกแวก ทุกสิ่งทุกอย่างเที่ยงตรง เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง สรุปคือ ท่านสอนและทำตัวอย่างให้พวกเราถือสัตย์สุจริต จริงใจกับตนเอง และกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

ท่านสมณทูต ท่านสังฆราช ท่านอธิการ ท่านภราดา และอัสสัมชนิกทั้งหลาย ถ้าผมจะได้รับอนุญาตให้ใช้ภาษาแห่งศาสนาของท่านภราดา พวกเราขอวิงวอนพระผู้เป็นเจ้าได้โปรดประทานรางวัลอันสมควรได้แก่ผู้รับใช้พระผู้เป็นเจ้าอย่างซื่อสัตย์ และด้วยความจงรักภักดีมาตลอดชีวิต ขอให้โปรดประทานแต่ภราดาฮูแบร์โตแห่งนครลิเอจ นามเดิม อันตอน เดอจอร์จ ซึ่งสันติภาพนิรันดร

 

๒๖ มกราคม ๒๕๑๗