. ฮีแลร์

คำสดุดีท่านเจษฎาจารย์ฮีแลร์ที่รักของเรานี้ ผมจะต้องกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศส[1] ผมคิดว่าจะทำให้ท่านพอใจ เพราะตั้งแต่ผมออกจากอัสสัมชัญมาแล้วกว่า ๓๐ ปี ท่านไม่เคยเว้นที่จะเตือนให้ฝึกใช้ภาษาเดิมของท่าน ผมขอนอบน้อมทำตามคำของท่านวันนี้ เช่นเดียวกับที่ได้เคยน้อมทำตามคำของท่านมาแล้วพันครั้งในกรณีอื่น ๆ เพราะเชื่อมั่นว่าคำเตือนของท่านนำไปสู่ทางเจริญเสมอ อนึ่ง ผมใคร่จะกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศสค่ำวันนี้ เพราะประสงค์จะขอบคุณชาวประชาชาติฝรั่งเศสอย่างสุดซึ้ง ฐานที่ได้ให้พลเมืองชาวฝรั่งเศสหลายท่านอันทรงคุณสมบัติอันประเสริฐ ศรัทธาแลเสียสละ มาประเทศไทย เช่น เจษฎาจารย์คณะเซนต์คาเบรียล ซึ่งรวมทั้ง ฟ. ฮีแลร์ และเพื่อนๆ ของท่าน เพื่ออำนวยให้กุลบุตรของไทยได้มีสมบัติสูงมีความดีความงาม และมีศักดิคุณเด่นเป็นเวลาเนื่องนานถึง ๖๐ ปีตลอดมา

ท่านผู้กล่าวสดุดีผู้อื่นคงจะได้จับประเด็นอันถูกต้อง คือคงจะได้กล่าวถึงความปรีชาสามารถอันพิเศษของ ฟ. ฮีแลร์ ซึ่งเกี่ยวกับภาษาไทยและวรรณคดีไทย และคงจะได้กล่าวเรื่อง ดรุณศึกษา ๕ เล่ม ซึ่งช่วยให้กุลบุตรของไทยหลายหมื่นคนอ่านภาษาไทยออก เขียนได้ และอ่านได้เขียนได้โดยดี ในที่นี้ผมใคร่ขอเสนอเรื่องงานของอาจารย์ที่รักของเรา ในด้านอื่น ๆ สัก ๒-๓ เรื่อง

มรณภาพของ ฟ. ฮีแลร์ ทำให้เราสูญเสียไปซึ่งสายสัมพันธ์ที่สำคัญยิ่งและประเสริฐยิ่งระหว่างอัสสัมชนิกรุ่นต่าง ๆ เป็นอันมาก ถ้าไม่ได้ ฟ. ฮีแลร์ อัสสัมชนิกรุ่นของผมคือ ๑๙๒๐–๓๐ คงจะไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่านอัสสัมชนิกรุ่นเก่า ๆ เช่น เจ้าพระยาศรีธรรมธิเบศร์ พระยาอนุมานราชธน พระยาศราภัยพิพัฒ พระยามไหสวรรย์ คุณควง อภัยวงศ์ คุณเอก วีสกุล เป็นต้น ถ้าไม่ได้ ฟ. ฮีแลร์ ความสัมพันธ์ระหว่างอัสสัมชนิกรุ่นผมกับรุ่นใหม่ ๆ คงจะขาดสะบั้นลง ผมหวังเป็นอย่างมากว่าสายสัมพันธ์นี้จะเกิดขึ้นแทนโดยเร็วที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความสูญเสียนี้ทำอย่างไรก็คงหาทดแทนได้โดยยาก

ผมขอฟื้นความจำถึงคุณสมบัติอันยิ่งของ ฟ. ฮีแลร์ อีกข้อหนึ่ง คือความสามารถที่ท่านมีในการชัดจูงเอาความประเสริฐสุดจากนักเรียนของท่าน ผมใช้คำว่าประเสริฐอย่างระมัดระวัง เพราะท่านอาจารย์ของเราไม่เพียงแต่จะดุว่าเราถ้าเราทำผิด แม้ว่าเราจะประสบความสำเร็จอยู่บ้าง ท่านก็ยังไม่พอใจ ที่จะท่านพอใจได้นั้นคือความประเสริฐ ท่านเรียกร้องเอาความประเสริฐจากเราในความประพฤติและดำเนินชีวิต ความประเสริฐในการศึกษา ความประเสริฐในความสามัคคี ความประเสริฐในน้ำใจกีฬา ความประเสริฐแห่งน้ำใจยุติธรรม ความประเสริฐในการงานทุกประเภท ความสัตย์สุจริตอันประเสริฐในการประกอบอาชีพของพวกเรา เมื่อท่านเทศน์ให้เราฟังประจำสัปดาห์ในเวลาบ่าย ๓ โมงวันเสาร์ก็ดี เมื่อท่านแสดงสุนทรพจน์ในงานพิธีต่าง ๆ ก็ดี เมื่อท่านสนทนากับนักเรียนเก่าของท่านก็ดี ท่านจะต้องยุให้เรามุ่งหวังแต่ความประเสริฐเลิศล้น แลพวกเราก็คุ้นกับวาจาของท่านที่เฉียบแหลมลึกซึ้งและเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน

ผมไม่ประสงค์จะกล่าวถึงความสำคัญของท่าน ฟ. ฮีแลร์ ที่รักของเราให้เกินความจริงไป มิฉะนั้นท่านเองแหละจะจับหูผมบิดไปบิดมา แม้จะโตถึงปานนี้แล้ว แท้จริงควรจะสดุดีท่านเจษฎาจารย์ทั้งคณะ คือ มาร์แตงเดอตูรส์ มิแชล เฟรเดริค หลุยส์ คาเบรียล อัลลีร์ โอเซ จังหลุยส์ โรกาเซียง ฮูแบร์โต อามาโด ฮูแบรต์ เอเม หลุยส์ดังจู รวมทั้ง ฮีแลร์ ฐานที่ท่านเป็นครูน่าเคารพ น่ากตัญญูและน่าภาคภูมิใจ แต่ ฟ. ฮีแลร์ สำหรับพวกเราและสำหรับประเทศไทยมีลักษณะพิเศษ เมื่อสิ้นปี ๒๔๘๗ ผมได้มีวาสนาไปเยี่ยมท่านที่อินเดียสัก ๔–๕ วัน[2] ผมสังเกตเห็นท่านเศร้าสลดใจนัก เพราะคิดถึงเมืองไทยและท่านรู้สึกโทมนัสโดยรู้ว่าว่าจะทำงานที่ไหน ๆ ก็ไม่ได้ดีเท่ากับที่กรุงเทพฯ ฟ. ฮีแลร์ เกิดที่เมืองปัวตีเอ ที่เมืองนี้มีนักบุญคนหนึ่งแล้วชื่อนักบุญฮีแลร์ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๔ ท่านเป็นใหญ่ในศาสนาและเป็นนักบุญคุ้มกันเมืองปัวตีเอ เมืองปัวตีเอนี้เองได้ส่งฮีแลร์อีกท่านหนึ่งมาให้ประเทศไทย ฮีแลร์คนนี้เป็นชาวเชอวาลีเอ (อัศวิน - อิสริยาภรณ์ชั้นหนึ่ง) แห่งเลจีอองดอนเนอร์ เป็นกรรมการแห่งสมาคมวรรณคดีของไทย และเป็นครูของคนไทยจำนวนมากซึ่งเป็นข้าราชการและพลเมืองที่กล้า ที่ซื่อสัตย์สุจริตและมีความสามารถ

ขอให้ท่าน ฟ. ฮีแลร์ ของเราคงสงบสุขอยู่ในประวัติศาสตร์ของไทยตลอดกัลปาวสาน ขอให้ท่านคงดำรงอยู่เป็นที่รักที่เคารพอยู่ในดวงใจแห่งอัสสัมชนิก ขอให้ท่านได้รับความสงบในสันติสุขเทอญ

 

๙ ตุลาคม ๒๕๑๑

 

[1]           อาจารย์ป๋วยกล่าวคำสดุดีในพิธีบรรจุศพ ฟ. ฮีแลร์ เป็นภาษาฝรั่งเศส ณ หอประชุมโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ต่อมาฉบับภาษาฝรั่งเศสได้ตีพิมพ์ใน วารสารสยามสมาคม ๒๕๑๒.

 

[2]           ดูเพิ่มเติมได้ในบทความ มุสาวาทาเวรมณี ใน อัตชีวประวัติ: ทหารชั่วคราว (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๕๙).