ละม้าย ดุริยางกูร

 

 

ชั่วระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปี ที่พวกเราจากโรงเรียนอัสสัมชัญมาเผชิญโลกอยู่ต่าง ๆ กัน ก็มีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคนที่พ้นจากโลกนี้เสียแล้ว ทิ้งไว้แต่ความทรงจำและความอาลัยให้แก่เพื่อน ๆ ที่ยังเหลืออยู่ เพื่อนคนที่เพิ่งจากเราไปก็คือ ละม้าย ดุริยางกูร ผู้ซึ่งมีหน้าตาและอารมณ์เจ้าสำราญเหมือนดอกไม้บานยามเช้าอยู่เป็นนิจ

ไม่ว่าจะเป็นงานใดๆ ในหมู่เพื่อน ถ้าขาดละม้ายไปเสียคนหนึ่ง ความสนุกครึกครื้นถึงแม้จะมีก็ไม่ได้มาตรฐาน ปกติเขาไม่เคยขาดนัด ที่ใดมีเขาไม่มีแม้แต่เงาของความหงอยเหงา

อันเครื่องดุริยางค์นั้นท่านใช้เป็นสิ่งจรรโลงอารมณ์ให้คลายเคร่งเครียด สามารถเปลี่ยนอารมณ์อันขุ่นมัวให้กลับเบิกบานได้ ด้วยเหตุนี้กระมังละม้ายผู้ถือกำเนิดมาท่ามกลางเครื่องดีดสีตีเป่า และคลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มาจนตลอดชีวิต จึงรับเอาอารมณ์ดุริยางค์เข้ามาเป็นอารมณ์ของตัวด้วย เมื่อสมัยคะนองละม้ายค่อนข้างจะใจร้อน ถ้าจะพูดว่าเขาเป็นคนชอบการต่อยตีก็คงไม่จะเป็นการถูกต้องนัก แต่ถ้าบอกว่าเขาไม่ชอบหลีกหนีและไม่กลัวภัยที่จะเกิดจากการต่อยตีก็คงจะถูกต้อง เฉพาะอย่างยิ่งถ้าการกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำเพื่อเพื่อนฝูง หมู่คณะ

ละม้ายเป็นผู้ที่รักเพื่อน โอบอ้อมอารีต่อเพื่อน รักหมู่คณะ ตั้งแต่เด็ก ๆ ด้วยกันมาจนถึงวัย ๔๘ เมื่อถึงแก่กรรม เพื่อน ๆ วางใจได้ว่าถ้าเราต้องการพึ่งพาละม้าย ถ้าช่วยได้ก็ช่วยแน่ ไม่มีบิดพลิ้ว ละม้ายเข้าคนได้ทุกชั้นทุกวัย

พอที่จะกล่าวได้เต็มปากว่าตั้งแต่แรกเกิดจนจบชีวิตละม้ายไม่เคยเป็นข้าใคร แม้แต่ข้าราชการ เพราะละม้ายดำเนินกิจการค้าเครื่องดุริยางค์ช่วยบิดามารดาอยู่ตลอดมาตั้งแต่ออกจากโรงเรียน นอกจากจะถนัดในสิ่งที่เกี่ยวกับเครื่องดุริยางค์แล้ว ยังเคยเป็นเจ้าของผู้จัดการโรงพิมพ์หินและอู่ซ่อมรถยนต์อีกด้วย

ชั่วชีวิตของละม้ายผู้ครื้นเครง ผู้ที่มีส่วนช่วยให้เกิดเครื่องดีดสีตีเป่ามาบรรเลงเสียงสวรรค์กล่อมโลก ซึ่งแม้แต่เวลาที่ชีวิตใกล้จะอวสานก็ยังพร่ำสั่งงานแก่น้องสาวสุดที่รักคนเดียวของเขา ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ อันเป็นสถานที่สุดท้ายที่เขาได้อยู่ดูโลก เป็นภาพประทับใจบุตร-ภรรยา ตลอดจนเพื่อนที่อยู่ในที่นั้นได้เป็นประจักษ์-พยานว่าเขา ละม้ายได้ทำหน้าที่ผู้จัดการ “ดุริยบรรณ” อยู่จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ละม้ายเพื่อนผู้ยังกระชุ่มกระชวยที่สุดในหมู่พวกเราได้จากทุกสิ่งไปแล้ว แต่สิ่งเดียวที่ละม้ายจากไปไม่ได้นั่นคือความคิดคำนึงของเรา เพราะการจากของเขาทำให้เรารู้สึกคล้ายกับว่า จู่ ๆ ก็มาขาดสิ่งอันจำเป็นสำหรับชีวิตไปเสียอย่างหนึ่ง

ในนามของเพื่อนๆ ที่ได้ร่วมเรียน ร่วมเล่น ร่วมเกเร ร่วมคิดอ่าน ร่วมคุย ร่วมเลี้ยง ร่วมทุกข์ ร่วมสนุก ผมขอแสดงความอาลัยของพวกเรานี้ในโอกาสฌาปนกิจของละม้ายเพื่อนรัก และขอแสดงความสลดเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกวาระหนึ่งร่วมกับมารดา ภริยา บุตร น้องและญาติสนิทที่รักของเพื่อนเรา

พ.ศ. ๒๕๐๑