เล็ก ตันเต็มทรัพย์

 

 

คุณเล็ก ตันเต็มทรัพย์กับผม เรียนหนังสือสำเร็จประโยคมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญในปีเดียวกัน คือ พ.ศ. ๒๔๗๕ คุณเล็กเรียนแผนกอังกฤษ ส่วนผมเรียนแผนกฝรั่งเศส แต่ก็รู้จักชอบพอกันดีอยู่เพราะรู้สึกว่านิสัยตรงกัน ต่อมาเราทั้ง ๒ ยังเรียนวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองสำเร็จจากมหาวิทยาลัยได้ปริญญารุ่นเดียวกันอีก คือรุ่นอบรมรุ่นแรก ได้กินอยู่หลับนอนร่วมกันในการอบรมเป็นเวลาประมาณ๑๐ กว่าวัน และยิ่งมีความคุ้นเคยกันยิ่งขึ้น

ต่อมาคุณเล็กกับผมแยกกันไปคนละทาง คือคุณเล็กไปรับราชการด้านการต่างประเทศ ผมไปศึกษาต่อและรับราชการด้านการคลัง ไม่ใคร่จะได้มีเวลาวิสาสะกันเป็นการส่วนตัว เพราะคุณเล็กอยู่สหรัฐอเมริกาบ้าง นิวซีแลนด์บ้าง ฮ่องกงบ้าง ไทเปบ้าง และสุดท้ายก็ไปอยู่กัวลาลัมเปอร์ แต่เราก็ได้ติดต่อกันอยู่เสมอเป็นระยะ ๆ เพราะนิสัยชอบพอกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เมื่อได้พบปะกันครั้งใด เช่นในการเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีของธรรมศาสตร์บัณฑิตร่วมรุ่น ก็รู้สึกดีใจทั้ง ๒ ฝ่าย เปรียบเสมือนญาติสนิทที่นานๆ ได้พบกันสักที ครั้งสุดท้าย คุณเล็กยังได้เชิญให้ไปเยี่ยมที่สถานทูตที่กัวลาลัมเปอร์ หากผมมีโอกาสไป แต่เผอิญผมบุญน้อยไม่ได้มีโอกาสไปกัวลาลัมเปอร์ เพื่อคารวะต่อท่านเอกอัครราชทูตและสังสรรค์กับเพื่อนรักเลย จนเมื่อถึงแก่กรรมจากกันไปชั่วนิรันดร เมื่อทราบข่าวก็ใจหายวูบ เพราะเสียโอกาสไม่ได้พบปะสนทนากับเพื่อนรักสมใจสักที

ผมรักคุณเล็ก ตันเต็มทรัพย์ เพราะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติราชการด้วยความขยันหมั่นเพียร และถือประโยชน์ของราชการเป็นใหญ่ และเป็นผู้มีอุปนิสัยดี ไม่โลดโผน สง่าสงบน่าเชื่อถือ เพื่อน ๆ ร่วมรุ่นก็รู้สึกเคารพรักด้วยเหตุเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ผมได้พบบุตรชายของคุณเล็ก ซึ่งบัดนี้ได้มาช่วยงานสอนในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็รู้สึกปีติว่าเพื่อนเรามีบุตรที่มีวิชาความรู้ดี มาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเดิมของเราได้ น่ายินดี

เพื่อนรัก ขอให้เพื่อนไปสู่ความสงบและสุคติ สมกับความดีความงามของเพื่อนที่ได้ประกอบไว้ในโลกนี้เถิด

 

ไม่ทราบวันเดือนปีที่เขียน