สุนทรพจน์ เนื่องในงานเลี้ยงอาหารค่ำฯประจำปี ๒๕๑๓

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓

 

ท่านประธาน กรรมการสมาคมธนาคาร ท่านสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ ที่เคารพ

วาระนี้เป็นวาระที่ ๑๐ ในขวบปีที่ ๑๑ ที่ในฐานะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผมได้รับเกียรติให้กล่าวตอบประธานกรรมการแทนแขกผู้ได้รับเชิญมาในงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีของสมาคมธนาคารไทย งานนี้แขกผู้รับเชิญทั้งหลาย รวมทั้งผม ถือเป็นวาระอันสำคัญประจำปี เพราะนอกจากจะเป็นโอกาสที่ได้พบปะสนทนากับท่านทั้งหลายที่มีส่วนบริหารกิจการธนาคาร ทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายในแล้ว พวกเรายังได้รับความเพลิดเพลินเจริญสุขด้วยรสอาหารและเครื่องดื่มอันเยี่ยมยอด ท่ามกลางบุปผาชาติและดนตรีอันชวนชมกล่อมอารมณ์ให้ไกลจากความหมกมุ่นกังวลประจำวัน ท่านประธานและท่านผู้รับผิดชอบในการจัดงานนี้ทุกท่านควรจะได้รับความนิยมชมชอบและขอบคุณจากแขกผู้รับเชิญทั้งมวลเป็นอย่างยิ่ง

นับตั้งแต่สมาคมธนาคารไทยเริ่มก่อตั้งขึ้นมาเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๐๑ บัดนี้ ก็ครบ ๑๒ ปี คือ ครบรอบนักษัตรแล้ว และตามประเพณีไทยเราก็ถือว่า รอบ ๑๒ ปี เป็นวาระอันพึงกำหนดหมายเป็นสำคัญแห่งชีวิตของบุคคลและหมู่คณะ ผมจึงขอถือโอกาสเชิญชวนให้เราทั้งหลายในที่ประชุมสันนิบาตในค่ำวันนี้ หวนระลึกถึงกิจกรรมและเหตุการณ์ต่าง ๆ ในรอบนักษัตรที่ได้ผ่านพ้นไป ซึ่งเราทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารกลางได้มีจิตยึดเหนี่ยวสำหรับเผชิญอนาคตในรอบนักษัตรต่อไป

 

ความร่วมมือระหว่างธนาคารพาณิชย์กับธนาคารชาติ

ข้อแรกที่จะพึงกล่าวถึงคือ สมาคมธนาคารไทยร่วมกับกลุ่มธนาคารต่างประเทศ ได้มีการวิสาสะสนิทสนมกับธนาคารแห่งประเทศไทยแน่นแฟ้นตลอดมา และความร่วมมือระหว่างพวกเรานั้น ก็ได้ยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นทั้งด้านธนาคารไทย ธนาคารต่างประเทศ และด้านธนาคารแห่งประเทศไทย เราได้เรียนรู้ถึงปัญหาซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และแม้ว่าในบางเรื่องหลายเรื่องหลายฝ่ายธนาคารพาณิชย์จะไม่สามารถเห็นด้วยกับฝ่ายธนาคารแห่งประเทศไทย เราทั้ง ๒ ฝ่ายต่างก็เคารพในความเห็นของกันและกัน เพราะรู้อยู่ในใจว่าอีกฝ่ายหนึ่งกระทำการโดยเหตุผล และด้วยความสัตย์สุจริต ถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นเกณฑ์ ความร่วมมือนี้ดำเนินมาตลอดจนตราบเท่าทุกวันนี้ แต่หลักชัยที่สำคัญในระยะแรก ๆ แห่งความร่วมมือนี้ได้แก่ พระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งสมาคมธนาคารไทยไม่แต่จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบในชั้นเริ่มร่าง สมาคมธนาคารไทยได้มีผู้แทนเข้าร่วมพิจารณาตลอดมา จนถึงขั้นกรรมาธิการของรัฐสภาเป็นขั้นสุดท้าย และเมื่อจะใช้บังคับกฎหมายที่กล่าว ก็ได้มีการพบปะอย่างไม่เป็นทางการจนเป็นประเพณีเรื่อยมาเดือนละครั้ง ระหว่างคณะกรรมการของสมาคมธนาคารไทยและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการธนาคารโดยทั่วไป การพบปะเป็นประจำระหว่างเจ้าหน้าที่สมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๐๕ ได้เป็นจุดรวมนำปัญหาต่างๆ ทางการธนาคารเข้าหารือกัน ซึ่งเป็นผลให้มีการประสานงานระหว่างสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี และบรรลุผลในเรื่องที่มีความสำคัญแก่วงการธนาคารหลายเรื่องด้วยกัน เช่น การปรับปรุงพิธีการในการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินให้ย่นย่อลง การปรับปรุงระบบหักบัญชีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการวางมาตรการต่าง ๆ ที่จะให้เช็คประเภทไม่มีเงินนั้นลดลง กิจการงานทั้งหมดนี้จะไม่บรรลุผล หากสมาคมธนาคารไทยมิได้ให้ความร่วมมือด้วยดีทั้งในการประสานงานระหว่างสมาชิกกันเองและกับกลุ่มธนาคารต่างประเทศ ผมเห็นจะกล่าวได้โดยไม่เกินความจริงว่า ในบรรดาผู้ประกอบอาชีพทั้งหลายในประเทศไทย ไม่มีสมาคมหรือกลุ่มอาชีพใดที่ผู้ประกอบกิจการกับเจ้าพนักงานตามกฎหมายมีความสัมพันธ์กันสนิทสนมตามหลักประชาธิปไตยยิ่งกว่าหรือแม้จะเทียบเท่าความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมธนาคารไทยกับธนาคารแห่งประเทศไทย กิจกรรมของสมาคมธนาคารไทยที่ควรหยิบยกมากล่าวในที่นี้คือ การที่ธนาคารสมาชิกของสมาคมธนาคารไทยได้เข้าพยุงฐานะของธนาคารสมาชิกด้วยกัน เพื่อป้องกันมิให้กระทบกระเทือนระบบการธนาคารของประเทศเป็นส่วนรวม ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมอันสูงส่ง และแสดงถึงความรู้สึกรับผิดชอบของสมาชิกสมาคมธนาคารไทย ควรแก่การยกย่อง

บทบาทของธนาคารในการพัฒนาประเทศ

ในด้านการพัฒนาประเทศ สมาคมธนาคารไทยกับธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ร่วมมือกันดำเนินงานให้เป็นประโยชน์แก่รัฐบาล แก่เกษตรกร นักอุตสาหกรรม พ่อค้าวานิช ตลอดมา และนับวันบริการของเราก็ยิ่งขยายเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนเงินและขอบเขต พอนำมาสาธกเป็นสังเขปได้ดั่งนี้

ในการให้ความสนับสนุนรัฐบาลทางด้านการเงินและสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์ได้ดำเนินการระดมเงินออมจากประชาชนให้เข้ามาสู่ระบบธนาคารพาณิชย์และได้รับความสำเร็จอย่างงดงาม ยอดเงินที่ธนาคารพาณิชย์รับฝากได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นลำดับมาทุกปี เมื่อสิ้นปี ๒๕๐๓ ธนาคารพาณิชย์มีเงินฝากรวมกันทั้งสิ้นเพียง ๕,๓๐๐ ล้านบาทเศษ ปัจจุบันมีมากกว่า ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะทางด้านเงินฝากประจำได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง ๑๓ เท่าในชั่วระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา การที่ประชาชนนิยมนำเงินออมมาฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ดั่งกล่าวนี้ ทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนมีพอเหมาะสมภาวะเศรษฐกิจ และช่วยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของเงินตราไว้ได้ตามนโยบายของรัฐบาล ธนาคารพาณิชย์ได้ลงทุนซื้อหลักทรัพย์รัฐบาลโดยเฉพาะพันธบัตรเป็นจำนวนมากทุกปี ทำให้รัฐบาลได้เงินไปใช้จ่ายเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศตลอดมา และช่วยแบ่งเบาภาระที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องให้รัฐบาลกู้ยืมโดยตรงลงด้วยในโอกาสเดียวกัน

ในด้านการให้ความช่วยเหลือแก่การค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะเกี่ยวกับสินค้าขาออก ด้านอุตสาหกรรม และเกษตรกรรมนั้น ธนาคารพาณิชย์ก็ได้ปฏิบัติงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี นับตั้งแต่ธนาคารธนาคารแห่งประเทศไทยได้เริ่มงานส่งเสริมการส่งสินค้าออกไปขายนอกประเทศ เมื่อพฤศจิกายน ๒๕๐๑ เป็นต้นมา ในปัจจุบันการให้ความร่วมมือเช่นที่กล่าว ได้ขยายขอบเขตจากการส่งเสริมสินค้าออกคลุมไปถึงการส่งเสริมการประกอบกิจการอุตสาหกรรมในประเทศและการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกรด้วย โดยเฉพาะทางด้านส่งเสริมสินค้าออก เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๑๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ขยายระยะเวลาการให้สินเชื่อแก่ผู้ส่งออก โดยอำนวยให้สินเชื่อแก่ลูกค้าในต่างประเทศได้นานขึ้นกว่าเดิม คือ เพิ่มจาก ๙๐ วัน เป็น ๑๖๐ วัน จำนวนเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ผู้ส่งออก นักอุตสาหกรรม และเกษตรกร กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ โดยผ่านธนาคารพาณิชย์ ในระยะเวลา ๙ ปีที่ผ่านมานี้มียอดรวมถึง ๑๒,๔๓๒.๘ ล้านบาทเศษ และยิ่งนับวันก็ยิ่งขยายมากขึ้นเป็นลำดับ

 

ความเจริญของประเทศ

ผลของการพัฒนาประเทศ ที่เราทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมมีส่วนช่วยให้เกิดขึ้นได้นั้น เป็นที่น่าพอใจ กล่าวคือ ในรอบนักษัตรที่ผ่านมา ผลิตผลทั้งสิ้นของประเทศไทยซึ่งใช้เป็นตัววัดความเจริญทางเศรษฐกิจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่าตัว คือ จากประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๐๐ เป็นประมาณ ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๑๐ จริงอยู่ ในระยะนี้ระดับราคาได้สูงขึ้นบ้าง แต่ถึงแม้ปรับตัวเลขให้ต่ำลงทดแทนกับราคาที่สูงขึ้น ก็ยังปรากฏว่าอัตราความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของไทยเราระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๓ ถึง ๒๕๐๙ เฉลี่ยได้ถึงปีละ ๗.๖ ต่อ ๑๐๐ ซึ่งเป็นอัตราเพิ่มในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าในจำพวกประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา

ความเจริญก้าวหน้าดั่งกล่าวนี้ มีปรากฏอยู่ทุกด้าน คือ อุตสาหกรรมการก่อสร้าง การขนส่ง ฯลฯ แม้ในด้านเกษตรกรรม ซึ่งมีอัตราความเจริญก้าวหน้าต่ำกว่าด้านอื่น ๆ ก็น่าสังเกตว่าในระยะที่ผ่านมานี้ เราสามารถส่งสินค้าออกประเภทเกษตรไปขายเพิ่มขึ้นได้หลายอย่าง เมื่อต้นรอบนักษัตรที่ผมพูดถึงสินค้าออกที่เราถือว่าสำคัญมีอยู่เพียงไม่กี่ชนิด เพราะในขณะนั้น ข้าวโพดก็ดี ปอก็ดี มันสำปะหลังก็ดี ยังไม่มีใครสนใจ ยังไม่มีใครผลิตเป็นล่ำเป็นสัน แม้จะมีส่งออกบ้าง มูลค่ารวมกันก็เพียงประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๕ ใน ๑๐๐ ของมูลค่าสินค้าออกทั้งสิ้น แต่ในขณะนี้สินค้าทั้ง ๓ อย่างนี้มีมูลค่ารวมกันถึงประมาณ ๓,๓๐๐ ล้านบาท อยู่ในอัตราสูงกว่า ๒๐ ในร้อยของสินค้าออกทั้งหมด

ในระยะ ๑๒ ปีที่แล้วมา แม้ว่าสินค้าเข้าจะเพิ่มขึ้นโดยรวดเร็ว ตามวิสัยของการพัฒนาประเทศและการส่งเสริมให้นำเครื่องจักร วัตถุดิบเข้ามาตามนโยบายอุตสาหกรรมก็ตาม แต่เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยเราก็เพิ่มขึ้นจากระดับ ๓๐๒ ล้านเหรียญอเมริกันในปี ๒๕๐๑ เป็น ๙๒๒ ล้านเหรียญอเมริกันในปลายปี ๒๕๑๑ แม้ในปี ๒๕๑๒ เราจะขาดดุลชำระเงิน เงินสำรองดั่งกล่าวก็ยังอยู่ในระดับ ๘๗๔ ล้านเหรียญอเมริกัน ประมาณเท่ากับมูลค่าสินค้าขาเข้าในในอัตราปัจจุบันได้ ๘ เดือนครึ่งหรือประมาณ ๓ เท่าของภาระหนี้ต่างประเทศทั้งมวลของรัฐบาล

เนื่องจากเงินสำรองระหว่างประเทศของเราได้เพิ่มขึ้น และเนื่องจากกิจการธนาคารของไทยก็เจริญกว้างขวางมาเป็นลำดับ ชาวต่างประเทศและธนาคารต่างประเทศจึงมีความเชื่อมั่นไว้วางใจในประเทศไทย ได้นำเงินมาลงทุนเป็นอันมาก โดยเฉพาะสินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ของเราได้รับจากต่างประเทศนั้น ก็เพิ่มขึ้นรวดเร็ว คือ จากระดับ ๓๐ ล้านเหรียญอเมริกันในปลายปี ๒๕๐๑ เพิ่มขึ้นเป็น ๒๔๐ ล้านเหรียญอเมริกันในปลายปี ๒๕๑๒

ท่านทั้งหลาย ข้อเท็จจริงข้างต้นนี้ ผมมิได้เสนอมาเพื่อโอ้อวด แต่อดคิดไม่ได้ว่า ในรอบนักษัตรที่แล้วมา สมาคมธนาคารไทยกับธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีฝีมือพอใช้ และได้ใช้ฝีมือเป็นสาธารณประโยชน์พอสมควร แน่ละ ข้อบกพร่องของผมและของท่านก็มีอยู่ด้วยกัน เราก็รู้กันอยู่แก่ใจ และผมก็เชื่อว่า พวกเราทุกคนมุ่งหมายที่จะแก้ข้อบกพร่องเหล่านั้นจนสุดความสามารถ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเราเป็นไปโดยชอบธรรม ชอบด้วยกฎหมาย และยังประโยชน์แก่ประชาชนและรัฐบาลสืบไป

 

การป้องกันเหตุภัยในปี ๒๕๑๒

ระหว่างปี ๒๕๑๒ เหตุการณ์ในต่างประเทศหลายอย่างทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องขึ้นเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ และขึ้นราคาเงินเหรียญอเมริกัน ซึ่งทุนรักษาระดับอัตราและเปลี่ยนเงินตราขายแก่ธนาคารพาณิชย์

ระยะ ๒ ปีที่แล้วมา เป็นระยะที่มีความผันผวนในระบบการเงินระหว่างประเทศมาก ประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ เผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ และเมื่อไม่สามรถดำเนินนโยบายงบประมาณแก้ปัญหา ก็ต้องหันไปเน้นในเรื่องนโยบายการเงิน ในเวลาเดียวกัน ประเทศซึ่งเสียเงินออกไปนอกประเทศมากก็ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นเหตุให้ดอกเบี้ยในตลาดการเงินโดยทั่วไปสูงขึ้นอย่างผิดปกติ

ในประเทศไทยนั้นเล่า ก็เกิดฝนแล้ง สินค้าขาออกออกได้น้อย เพราะพืชผลของเรามีน้อย วงการธนาคารพาณิชย์ของเราก็เกิดมีสินทรัพย์คล่องมาก เหลือเฟือ และเมื่อดอกเบี้ยนอกประเทศสูงก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่เงินทองจะไหลจากที่ดอกเบี้ยต่ำไปสู่ที่ดอกเบี้ยสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องรับผิดชอบมิให้เงินทุนของประเทศไทยเราไหลออกไปนอกประเทศเสียเฉย ๆ อย่างนั้น จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการดั่งกล่าวมาข้างต้น ๓ ประการเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นมือ นายธนาคารพาณิชย์หลายท่านก็เข้าใจอยู่แล้ว ผมเลยถือโอกาสนี้เรียนชี้แจงแก่ท่านที่ยังไม่บรรลุถึงความเข้าใจในเจตนาของธนาคารชาติไว้ด้วย

ในระยะยาว ธนาคารแห่งประเทศไทยยังยืนยันนโยบายที่ให้อัตราดอกเบี้ยโน้มไปในทางที่ต่ำลง เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ฉะนั้น ถึงแม้ว่าในบางระยะจำเป็นต้องดำเนินมาตรการที่ไม่ตรงกับเป้าหมายที่กล่าวก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้พยายามไม่แตะต้องกิจการที่มีความสำคัญสูง เช่น การรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินเกี่ยวกับสินค้าออกและการอุตสาหกรรม ยังใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๕ ต่อปีตามเดิม และได้พยายามขยายการให้ความสะดวกแก่กิจการเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่การเงินของกิจการเหล่านี้จะได้ไม่ติดขัด กับยังคงอัตราดอกเบี้ยในด้านการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรในอัตราร้อยละ ๗ ต่อปีเช่นเดิม

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังเพ่งเล็งหาโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยลง และขยายสินเชื่อให้มากตามนโยบายเดิมอยู่เสมอ เมื่อใดที่เราจะกระทำได้โดยไม่มีเหตุภัย เราจะทำทันที

 

ปัญหาปัจจุบันและในอนาคต

ความรุ่งเรืองในวงการเงินของประเทศไทยในระยะที่แล้วมา ย่อมก่อให้เกิดปัญหาแก่กิจการธนาคารพาณิชย์อยู่บ้าง กล่าวคือ ได้เกิดมีสถาบันการเงินประเภทอื่นเกิดขึ้น ซึ่งดำเนินงานสอดคล้องกับธนาคารพาณิชย์ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ในด้านการดึงดูดเงินทุน ทุกวันนี้สถาบันการเงินเหล่านี้ยังไม่อยู่ในบังคับแห่งกฎหมายอย่างเข้มงวดทำนองธนาคารพาณิชย์ก็จริง แต่การแข่งขันดั่งกล่าวนั้นอยู่ในขอบเขตที่ยังไม่ร้ายแรงจนเกินไปนัก รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยตระหนักในปัญหาข้อนี้ดี จึงพยายามหาวิธีอันแยบคายและเหมาะสมที่จะปฏิบัติแก่สถาบันการเงินใหม่นี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของชาติ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่สาธารณชนเจ้าของเงิน และเพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรมแก่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่น ๆ โดยทั่วกัน เรามิได้นิ่งนอนใจ และในไม่ช้าผลของความพยายามของเราคงจะปรากฏขึ้น และธนาคารพาณิชย์กับธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะหารือพิจารณาเรื่องร่วมกันต่อไปตามปกติวิสัยของเรา

ปัญหาซึ่งเป็นที่กังวลแก่เราท่านทั้งหลายอยู่ในขณะนี้ คือ ปัญหาเรื่องดุลชำระเงินและดุลการค้า ท่านทั้งหลายคงเห็นพ้องกับผมว่า กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหานี้ให้สำเร็จลุล่วงไปเป็นการถาวรนั้น อยู่ที่สมรรถภาพในการผลิตของคนไทยเรา ฉะนั้น หน้าที่ความรับผิดชอบของธนาคารพาณิชย์และธนาคารชาติก็ชัดแจ้งอยู่แล้ว คือ เราจะต้องพยายามสนับสนุนการผลิตและการส่งออกของชาติไทยให้สุดความสามารถ เฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านเกษตรกรรม แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เพิกเฉยต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรม ระยะ ๒–๓ ปีข้างหน้า เป็นระยะที่สำคัญนัก เราจะต้องใช้ฝีมือช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องการผลิตและส่งออกให้สำเร็จไปด้วยดี

ผมใคร่จะขอเรียนเตือนด้วยความเคารพว่า พวกเราทั้งหลายคงจะตั้งใจสนับสนุนการผลิตและการส่งออกดั่งกล่าวอย่างเต็มฝีมือ แต่ธนาคารพาณิชย์ที่จะกระทำการสนับสนุนดั่งกล่าวได้อย่างดีนั้นต้องมีความมั่นคงในตัวของธนาคารเองเสียก่อน ฉะนั้น การปฏิบัติตามกฎหมายและการปฏิบัติโดยชอบธรรมย่อมเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ ขอให้พวกเราพยายามสร้างความมั่นคงให้กิจการของเราแต่ละธนาคาร แล้วเราจะได้สามารถช่วยประเทศให้แก้ปัญหาได้โดยดี ธนาคารใดที่หย่อนอยู่ในเชิงนี้ ขอให้แก้ไขความหย่อนดังกล่าว แล้วจะได้ทำประโยชน์แก่ส่วนรวมได้เต็มที่

 

 

บทส่งท้าย

ท่านทั้งหลาย ด้วยความสำนึกในคุณประโยชน์ที่เราได้ประกอบมาในรอบนักษัตรที่แล้วมา และด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบที่พวกเรามีต่ออนาคตของประเทศไทย พวกเราทั้งหลายจะตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่า จะทำดี เราจะร่วมกันทำดี ทำให้งาม ให้เป็นประโยชน์แก่ประชาไทย ในรอบ ๑๒ ปีข้างหน้า ในปี ๒๕๒๕ พวกเราจะมาชุมนุมกันอีกในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมธนาคารไทย และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในเวลานั้นจะสามารถกล่าวสุนทรพจน์ในวาระนั้น และสามารถกล่าวเต็มปากว่า พวกเราเกิดมาได้บำเพ็ญประโยชน์แก่ส่วนรวมตลอดมา

ท่านรัฐมนตรีว่าการคลังเคยยกพุทธภาษิตขึ้นมากล่าวว่า สังขารนั้นย่อมไม่เที่ยงแท้ ใครจะเป็นผู้ว่าการในปี ๒๕๒๕ เราไม่ทราบ ใครจะเป็นผู้ว่าการในปี ๒๕๑๔ เราก็ไม่แน่ เราแน่อยู่อย่างเดียวว่า ยากหรือดี มีหรือจน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะร่วมสุขและร่วมทุกข์กับสมาคมธนาคารไทยในการส่งเสริมความเจริญของประเทศไทยทั้งในด้านการเงิน วัตถุ และธรรมะ

ทุกปีมา ผมเคยเชิญท่านที่ได้รับเชิญเป็นแขกของสมาคมให้ดื่มเพื่อความสุข ความเจริญของท่านสมาชิกแห่งสมาคมธนาคารไทย ปีนี้ ผมขออนุญาตทำผิดประเพณี และขอเชิญทั้งแขกและสมาชิกสมาคมธนาคารไทย คือทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ ได้โปรดยืนขึ้น และดื่มเพื่อความเจริญของสมาคมธนาคารไทยและเพื่อความพัฒนาก้าวหน้าแห่งเศรษฐกิจของประเทศไทย