สุนทรพจน์ เนื่องในงานเลี้ยงอาหารค่ำฯประจำปี ๒๕๑๑

๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑

 

ท่านผู้เป็นประธาน ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ที่เคารพ

ผมมีความยินดีที่ได้มีโอกาสอีกครั้งหนึ่งกล่าวขอบคุณสมาคมธนาคารไทยในนามของผู้รับเชิญมาในงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีของสมาคม หลังจากที่ได้พลาดโอกาสไปปีที่แล้ว เมื่อปีกลายพอผมกลับจากราชการต่างประเทศ ได้อ่านสุนทรพจน์ของท่านรองผู้ว่าการก็รู้สึกยินดีว่า คุณพิสุทธิ์นี้มิใช่เล่น คุณพิสุทธิ์ได้แสดงสุนทรพจน์ไว้มีคติและข้อคิดเห็นแจ่มแจ้งเป็นประโยชน์น่ายินดี น่าจะเชิญให้มาแสดงสุนทรพจน์เป็นประจำต่อไป หรือจะสลับกันคนละปีก็คงจะเป็นการยุติธรรมด้วยกันทุกฝ่าย

ในคำปราศรัยของผมปีนี้ ผมใคร่จะเสนอข้อความแก่ที่ประชุมเป็น ๓ หัวข้อ คือ (๑) สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโดยทั่วไปของไทยในปี ๒๕๑๐ และความคาดหมายสำหรับปี ๒๕๑๑ (๒) ข้อคิดบางประการเกี่ยวกับกิจการธนาคารของไทย และ (๓) ความสัมพันธ์กับต่างประเทศในเชิงการธนาคารและการเงิน

 

. สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินของไทย

เมื่อต้นปีกลาย ท่านทั้งหลายคงจำได้ เรามีความวิตกกังวลว่าปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศจะเพิ่มขึ้นสูงนักเมื่อเทียบกับการเพิ่มการผลิต เราเป็นห่วงเช่นนี้ก็เพราะเราประสงค์จะพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น รัฐบาลจึงกำหนดเงินลงทุนไว้สูงในแผนพัฒนาที่ ๒ ในขณะเดียวกัน เงินตราต่างประเทศก็ไหลหลั่งเข้ามามากตามสถานะการเมืองและการทหาร นอกจากนั้น ในการป้องกันราชอาณาจักร รัฐบาลต้องใช้จ่ายสำหรับการทหารเพิ่มขึ้น มาถึงต้นปีนี้ ความวิตกในด้านการเงินนั้นค่อยคลายลงเพราะเหตุหลายสถาน (๑) การจ่ายเงินของรัฐบาลตามแผนพัฒนาที่ ๒ นั้นลดลงกว่าที่คาดคะเนซึ่งมีผลทำให้เงินไม่เฟ้อ แต่น่าเสียดายที่งานพัฒนาไม่ได้ก้าวหน้าไปเท่าที่คิด (๒) ผลิตผลในปี ๒๕๑๐ ยังคงสูงเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าพอใจ คือ ประมาณร้อยละ ๗ (๓) เงินตราต่างประเทศที่เข้ามาในไทยนั้น มีกระแสเฉื่อยชะลอลงไป ผลก็คือในปี ๒๕๑๐ ทั้งปี ปริมาณเงินเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละประมาณ ๑๑.๔ เทียบกับอัตราเพิ่มร้อยละ ๑๘.๑ ในปี ๒๕๐๙ เป็นอันว่าสามารถรักษาเสถียรภาพของการเงินได้ดีพอใช้อีกปีหนึ่ง แม้ว่าการพัฒนาจะเป็นไปโดยช้ากว่าที่มุ่งหวังไว้อยู่บ้าง

ท่านทั้งหลาย ถ้าเราพิจารณาคาดการณ์ต่อไปในปีปัจจุบันนี้ ท่านคงจะเห็นด้วยกับผมว่าบรรยากาศมีเมฆคลุมอยู่บางส่วน และมีข้อกังวลใจในกรณีที่เมฆกำลังตั้งเค้าอยู่อีกบางส่วน ปัญหาที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๑๑ นี้ พอจะสรุปได้ดังนี้ (๑) การผลิตของเราได้รับความเสียหายจากเหตุวิปริตทางธรรมชาติ กล่าวคือ การทำนาได้รับความเสียหายกว่าปกติ ทำให้จำนวนข้าวที่เราจะส่งออกมีน้อยกว่าปีก่อน ๆ (๒) การค้าและราคาของพืชผลบางประเภท เช่น ปอและยาง ไม่สู้จะแจ่มใสนัก (๓) สินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิดยังแพงอยู่ไม่ใช่เพราะเงินเฟ้อ แต่เพราะเอกสิทธิ์บ้าง เพราะการจัดการไม่ดีบ้าง เพราะเหตุการณ์ทั่วโลกบ้าง (๔) ภัยจากการรุกรานและแทรกซึมของศัตรูแห่งชาติเพิ่มทวีขึ้น

ทางด้านการเมืองและการทหารนั้น รัฐบาลและประชาชนไทยจะต้องร่วมมือกันแก้ไขป้องกันและปราบปรามให้สำเร็จจงได้ ส่วนทางด้านเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของพวกเราที่มาประชุมกันในค่ำวันนี้ พวกเราก็จะต้องร่วมใจกันป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ปัญหาระยะยาวที่เราคาดหมายได้ เราจะพยายามหลีกเลี่ยง ป้องกัน ปัญหาระยะสั้นที่ชิดตัวเรา เราจะไม่หวั่นไหว จะเผชิญแก้ไขให้ลุล่วงไป สมดั่งคาถา โลกนิติ ที่ท่านกล่าวไว้ว่า :

 

อนาคตํ ภยํ ทิสฺวา                  ทูรโต ปริวชฺชเย

อาคตญฺจ ภยํ ทิสฺวา                              อภีโต โหติ ปณฺฑิโต

 

สมเด็จกรมพระยาเดชาดิศร ทรงนิพนธ์ถอดไว้ดังนี้

 

เห็นภัยใหญ่แต่ช้า      จักถึง ตนแฮ

ปราชญ์ย่อมผันผ่อนพึง       หลบลี้

ภัยใดด่วนโดนตรึง                              ตราติด ตัวนา

ใจปราชญ์ปราศแสยงชี้        เช่นเหล้าและไคล

 

ปัจจัยที่เราจะใช้ป้องกันภยันตรายและแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้านั้น พระท่านว่าไว้ว่า มีทั้งศีลและธรรม ศีลคือการดเว้น และสิ่งที่ควรจะงดเว้นอย่างยิ่งเพื่อป้องปัดขจัดภัยของสังคมเราได้แก่ความโลภ คาถาโลกนิติ อีกนั่นแหละจะขอเชิญมาสนับสนุนข้อนี้ :

 

ผลํ เว กทลึ หนุติ                   เวฬุ หนฺติ ผลํ นฬํ

ลาโภ ตํ กาสปุริ หนุติ           อิธ โลเก ปรตฺเถ วา

 

ขันขนขุยฆ่าไม้           หนามมี

คิดพ่างผลกทลี                     ฆ่ากล้วย

ลูกม้าฆ่าชนนี้                        ลาเกิด ตนนา

ลาภฆ่าคนโลภม้วย                              ดุจไม้มีหนาม

 

ส่วนพลังธรรมะที่เราพึงมีเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของเรานั้น เผอิญเดชะบุญเราสร้างสมไว้ได้พอดู ผมคิดว่าเราพอจะคิดใช้แก้ไขเหตุการณ์ได้ ทั้งในระยะใกล้และไกล ถ้ามีความตั้งใจจริงและร่วมมือกันจริง ๆ จะขอสาธกมาแต่พอเป็นสังเขป ๓–๔ ประการ

(๑) เรามีทุนทรัพย์สร้างสมไว้มากพอที่จะใช้ประโยชน์ในยามยากได้ ถ้าเราตกอับในด้านสินค้าขาออกในปีนี้ หรือแม้ปีหน้าด้วย ก็พอจะพึ่งเงินสำรองระหว่างประเทศได้ โดยไม่ต้องเดือดร้อนเกินไปนัก นี่แหละทำดีไว้ชาติก่อนบุญสนองในชาตินี้

(๒) เรามีวิชาและความรอบรู้พอที่แก้ไขเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ถูกต้อง เช่น ในกรณีที่ชาวนาบางท้องที่ทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลกำลังหาวิธีบำบัดทุกข์และบำรุงรายได้ด้วยการลงทุนว่าจ้าแรงงานไปทำงานพัฒนาทำถนน ขุดคู ขุดบ่อ หรือสาธารณประโยชน์อื่น ๆ การจ่ายเงินแผ่นดินเพื่อการนี้ แม้จะทำให้งบประมาณขาดดุล อาจจะเกิดความกดดันด้านด้านการเงิน ก็ถูกต้องตามหลักวิชา เพราะดีกว่าที่จะปล่อยให้ราษฎรซึ่งยากไร้กลายเป็นโจรผู้ร้ายไปด้วยความจำเป็น จะเสียหายมากและนานกว่า

(๓) ของบางอย่างที่แพงขึ้นนั้น ถ้ามูลค่าที่สูงขึ้นตกได้แก่ผู้ยากเข็ญมาแต่ก่อน เราควรยอมเสียสละบ้าง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมตามนโยบายของรัฐบาล เช่น ค่าจ้างแรงงาน เดิมวันละ ๑๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็นวันละ ๑๕ บาท คงจะไม่มีใครอิจฉากรรมกรนัก หรือถ้าชาวกรุงต้องบริโภคข้าวแพงขึ้น แต่ชาวนาได้รับผลประโยชน์ ซึ่งแต่เดิมต่ำกว่าควร ก็ควรยอมให้ชาวนาบ้าง ชาวนาจะได้ช่วยลงทุนปลูกข้าวให้ได้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน การช่วยสนับสนุนรายได้ของชาวกรุงที่ยากจน ก็ควรที่รัฐบาลจะพึงกระทำ

แต่ในกรณีที่ของบางอย่างแพงเพราะเอกสิทธิ์ หรือการจัดการไม่ดีนั้น ก็แก้ไขได้โดยไม่ยากนัก หากเราไม่อาลัยอาวรณ์ต่อเอกสิทธิ์อันมิชอบ และพยายามแก้ไขด้านการจัดการ สำคัญที่เอาจริง ทางเจริญมีอยู่แล้ว

(๔) วงการธนาคารในประเทศไทยเรามีช่องทางที่จะใช้ประสิทธิ-ภาพอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยรัฐบาลป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ด้านการเงินได้ ข้อนี้ผมจะขอขยายความในวาระต่อไป

 

. กิจการธนาคารของไทย

ในระยะ ๕ ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ถึง ๒๕๐๙ กำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าถือกำไรสุทธิส่วนรวมในปี ๒๕๐๕ เป็นเกณฑ์ ๑๐๐ กำไรสุทธิแต่ละปีเพิ่มขึ้นเป็น ๑๑๓.๐๗, ๑๔๙.๕, ๑๙๖.๙ และ ๒๕๙.๒ ตามลำดับ กำไรสุทธิส่วนรวมของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นภายใน ๕ ปี ในอัตรา ๑๕๖ ต่อ ๑๐๐! ไม่ว่าใครก็อยากเป็นนายธนาคาร

เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ทั้งมวล เพิ่มขึ้นในปี ๒๕๑๐ เป็นจำนวนเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๖.๗ ต่อ ๑๐๐ ของเงินฝากปีก่อน ตามวิธีการคำนวณปริมาณเงินของเรา เมื่อ ๑๐ ปีก่อน เราใช้เงินประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๗๐ ใน ๑๐๐ เป็นธนบัตร ๓๐ ใน ๑๐๐ เป็นเงินฝากธนาคาร เดี๋ยวนี้เรามีปริมาณเงินประมาณ ๑๗,๓๐๐ ล้านบาท (กว่า ๒ เท่าของปี ๒๕๐๐) ส่วนที่เป็นธนบัตรลดเหลือต่ำกว่า ๕๕ ใน ๑๐๐ และส่วนที่เป็นเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงกว่า ๔๕ ใน ๑๐๐ กิจการธนาคารแพร่หลายดี น่ายินดี

สำหรับในปีปัจจุบัน พอจะคาดเดาได้ว่า ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ และกำไรสุทธิ ของวงการธนาคารพาณิชย์จะเพิ่มขึ้นไปอีกในอัตราที่น่าดู ภาวะทางเศรษฐกิจและการเงินเท่าที่จะคาดหมายได้ส่อให้เห็นว่า แม้ของบางอย่างจะแพงขึ้น ก็มิใช่เกิดจากเหตุการเงินเป็นสำคัญ ฉะนั้น การแก้ของแพง ไม่ควรจะแก้ด้วยการลดสินเชื่อ ซึ่งจะเป็นภัยกระทบกระเทือนเสียหายแก่พ่อค้านักอุตสาหกรรมและเกษตรโดยไม่จำเป็น ที่ผมกล่าวนี้มีข้อแม้อยู่ว่า ถ้ารัฐบาลต้องจ่ายเงินมากเกินกว่าที่คาดหมายสำหรับการบริหารราชการแผ่นดินก็ดี หรือสำหรับรักษาความสงบเรียบร้อยในราชอาณาจักรก็ดี ก็อาจจะจำเป็นลดสินเชื่อในภาคประชาชนลงบ้าง เพื่อให้การเงินเป็นไปโดยดี

เมื่อฐานะของธนาคารพาณิชย์ส่วนรวมดีอยู่อย่างนี้ และคาดหมายได้ว่าจะดีขึ้นอีกต่อไป แม้การค้าขาออกจะลดถอยลงบ้างก็ตาม พวกเราจะไม่หวนระลึกหรือว่า หากด้านปริมาณดีอยู่แล้ว น่าจะหันมาปรับปรุงทางด้านคุณภาพ และหันมาอำนวยประโยชน์ส่วนรวมให้มากขึ้น ท่านทั้งหลายที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่อำนวยการธนาคารพาณิชย์อยู่ น่าจะหันมาช่วยชาติช่วยให้กิจการของเรามีประสิทธิภาพ ในยามที่รัฐต้องเผชิญกับปัญหายุ่งยากอยู่หลายด้าน ถ้าท่านเห็นด้วยกับผม ผมขอเสนอวิธีอันชอบธรรมดังต่อไปนี้

(๑) ท่านผู้ใดที่ยังปฏิบัติฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับ ข้อตกลงกันอยู่ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นด้วยการพลิกแพลงต่าง ๆ โปรดระงับเสียเด็ดขาด ธนาคารต้องใช้วิธีพลิกแพลงเช่นนี้ มีสาเหตุเป็นส่วนใหญ่ที่ได้ปล่อยเงินให้กู้ ให้สินเชื่อไปโดยเกินกำลัง และขาดความรอบคอบ จึงต้องหาเงินฝากด้วยดอกเบี้ยสูง ผู้ฝากเงินย่อมตกอยู่ในฐานะเสี่ยงเงินไปกับธนาคารนั้นด้วย

เกี่ยวกับการปฏิบัติฝ่าฝืนกฎหมายนี้ ผมมีความยินดีที่จะเรียนที่ประชุมว่า เท่าที่ทราบมีลดน้อยลงบ้างจากปีก่อน ๆ ถ้าเป็นจริงตามนี้ ก็นับว่า พวกเราเล่นโปลิศจับขโมยกันน้อยลงน่ายินดี

(๒) บางธนาคารยังให้กู้ยืมหนักไปในทำนองปรนปรือบริษัทในเครือหรือเครือญาติจนเกินไป น่าจะแก้ไขโดยเร็ว เพราะท่านก็รู้อยู่แล้วว่าการทวงหนี้จากเครือญาติก็ดี จากภรรยาหรือสามีก็ดี ทวงได้ยากที่สุด ยิ่งทวงหนี้จากตนเองด้วยแล้วหมดหวัง

(๓) ในระยะ ๒–๓ ปีที่แล้วมา ธนาคารพาณิชย์บางธนาคารใช้เงินให้กู้ยืมหนักไปในทำนองเก็งกำไร ไม่ก่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชาติ เช่น ให้กู้ยืมเงินไปลงทุนในที่ดิน และการก่อสร้างอาคารซึ่งทำให้เงินไปจมอยู่ระยะยาวนาน ถ้าต่อไปใน ๒ ปีข้างหน้ารัฐบาลต้องจ่ายเงินมากขึ้น สินเชื่อภาคประชาชนที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยไป จะต้องถูกจำกัดลง ธนาคารที่หลวมตัวไปเช่นนี้ จะทรงตัวไว้ได้ยาก และจะกระทบถึงระบบธนาคารทั้งระบบ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือช่วยกันยับยั้งการขยายตัวของธุรกิจประเภทนี้

(๔) บางธนาคาร ผมสังเกตว่ามีความสนใจในการให้สินเชื่อเพื่อการผลิต และเพื่อกิจการอันเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจยิ่งขึ้น มิใช่แสวงกำไรจากการค้าถ่ายเดียว ขอแสดงความยินดีด้วย แต่ยังมีน้อยนักหวังว่าตัวอย่างอันดีนี้จะแพร่หลายยิ่งขึ้นโดยเร็ว เพราะจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลและรัฐสภาได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) เมื่อธันวาคม ๒๕๑๐ นี้ อนุญาตให้ทำการสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรม กสิกรรม การเลี้ยงสัตว์ การทำป่าไม้ การทำเหมืองแร่ การทำนาเกลือ หรือการสาวไหม ด้วยวิธีการรับช่วงซื้อลดตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการต่าง ๆ นี้ ขอให้ท่านถือประโยชน์จากธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องนี้เถิด

(๕) ข้อที่น่ายินดีอีกประการหนึ่งคือ ในรอบปีที่แล้วมา มีธนาคารที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในด้านให้สินเชื่อการเกษตร เพิ่มขึ้นอีกหลายธนาคาร โดยเริ่มกระทำในเขตเร่งรัดพัฒนาชนบท เป็นการเริ่มที่ถูกต้อง แม้ว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้สูงไปบ้าง แต่ธนาคารพาณิชย์ก็อยู่ในฐานะที่จะเสียสละได้ภายในขอบเขตเพื่อประโยชน์ส่วนรวม สินเชื่อชนบทและสินเชื่อเกษตรนั้น ควรแพร่หลายต่อ ๆ ไป เพราะการช่วยพัฒนาชนบท ก็เป็นการช่วยท่านทั้งหลายเองในระยะยาว บ้านเมืองซึ่งชนบทเจริญขึ้น จะมีความสงบสุขได้ดีกว่าบ้านเมืองอันเต็มไปด้วยชนบทที่ยากจน นอกจากนั้น ยังเป็นการแสดงความเมตตาเผื่อแผ่แก่เพื่อนร่วมชาติในทำนองที่ดีกว่า และประเสริฐกว่าความเมตตาเผื่อแผ่แก่ตนเองและเครือญาติถ่ายเดียว สมดังคาถา โลกนิติ ที่ว่า :

 

   ขมา ชาคริยุฏฺ ฐานํ             สํ วิภาโค ทยิกฺขนา

   นายกสฺส คุณา เอเต           อิจฺฉิตพฺพา สตํ คุณา

 

อดใดเต็มตื่นด้วย      กุศล

เพ็ญเพิ่มทำพูนผล                แผ่ให้

เมตตาการุญยล                     เย็นสัตว์ ยิ่งพ่อ

นายกยอดกอบไว้                 ชอบผู้พึงแสวง

 

 

. ความสัมพันธ์กับโลกภายนอก

ถ้าพิจารณาเลยออกไปนอกประเทศเรา ก็มีเรื่องควรยินดีอยู่หลายประการ ซึ่งควรนำมาเล่าสู่กันฟัง ณ ที่นี้

ประการแรก ดัชนีการค้าที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า terms of trade นั้น เป็นเครื่องชี้ให้เราเห็นว่า ราคาสินค้าที่เราขายออกได้ราคาดีกว่าหรือเลวกว่าราคาสินค้าที่เราสั่งเข้ามา ถ้าราคาดีกว่า ก็เหมือนกับคนกินเงินเดือนแล้วได้เงินเดือนขึ้น มีช่องทางที่จะได้รับความผาสุกสวัสดิภาพดีขึ้น ดัชนีการค้าของเราในระยะ ๑๐ ปีที่แล้วมา เพิ่มจาก ๑๐๐ ในปี ๒๕๐๑ ขึ้นเป็นเกือบ ๑๒๐ ในปี ๒๕๑๐ เปรียบได้ว่าเราได้เงินเดือนขึ้น ๒๐ ใน ๑๐๐

ประการที่ ๒ หนี้สินภายนอกประเทศของเรานั้น เราสามารถจำกัดได้อยู่ในขอบเขตอันสมควร หนี้นอกประเทศของรัฐบาล รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ เพิ่มขึ้นจาก ๑,๙๒๖ ล้านบาทเมื่อปลายปี ๒๕๐๑ เป็น ๕,๗๗๔ ล้านบาทในปลายปี ๒๕๑๐ แต่โปรดอย่าลืมว่า ๕,๗๗๔ ล้านบาทนี้ เป็นเพียงประมาณ ๑ ใน ๔ ของเงินสำรองระหว่างประเทศที่ประชาชาติเป็นเจ้าของอยู่ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าเราต้องการจะชำระหนี้ให้สิ้นเชิงในวันนี้ด้วยทุนทรัพย์ของเรา เราก็ทำได้โดยสะดวกสบาย แต่ก็ไม่ทำเพราะการเงินของประชาชาติไม่เหมือนกับการเงินของเอกชน ให้พัวพันกันอยู่อย่างนี้ เป็นประโยชน์กว่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

อีกประการหนึ่ง ถ้าหวนไปดูกระแสเงินเข้าออกประเทศด้วยเหตุกู้หนี้ยืมสินกับต่างประเทศแล้ว จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยเราผิดกับประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ กล่าวคือ แต่ละปีนั้น เราดึงดูดเงินเข้าได้สูงกว่าเงินที่เราต้องจ่ายออกเป็นต้นเงินและดอกเบี้ย ในระยะ ๑๐ ปีที่แล้วมา เราได้กู้เงินเข้ามาจ่ายจริง ๆ ประมาณ ๗,๑๐๐ ล้านบาท แต่เราจ่ายออกเพื่อชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ๕,๔๐๐ ล้านบาทเศษ มีเหลือประมาณ ๑,๗๐๐ ล้านบาท มีประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศที่ฐานะตรงกันข้าม กู้เข้ามามากจนหลวมตัว ต่อมากู้ได้น้อย แต่ต้องชำระคืนสูง จึงเป็นอุปสรรคแก่การพัฒนา

ข้อที่ผมเป็นห่วงอยู่ และที่ผู้ว่าการธนาคารกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกท่านที่ไปประชุมกันที่กัวลาลัมเปอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีความกังวลอยู่ก็คือ ฐานะตลาดเงินทุนในโลก ซึ่งขณะนี้ค่อนข้างขาดแคลน ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นมาก เป็นอุปสรรคแก่การพัฒนาประเทศ เช่น ดอกเบี้ยธนาคารโลกเคยอยู่ในระดับร้อยละ ๔ หรือ ๕ เดี๋ยวนี้ขึ้นไปสูงกว่าร้อยละ ๖ เสียแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย เรายังโชคดีที่มีทางขยับขยาย คือ เมื่อดอกเบี้ยธนาคารโลกสูงนัก เราก็เบิกเงินกู้มาแต่เพียงน้อย เหลือไว้เพียงทำเชื้อสำหรับอนาคต และสำหรับได้ใช้บริการทางเทคนิคของธนาคารโลกซึ่งเราต้องการ นอกนั้น เราทำพิธีกู้เงินของธนาคารแห่งประเทศไทยเอง ต้นเงินและดอกเบี้ยก็อยู่ในกระเป๋าเดียวกัน หนี้สินสุทธิของประเทศก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นมากนัก

ท่านทั้งหลาย ที่ผมนำเรื่องต่าง ๆ ที่น่าพึงพอใจเกี่ยวกับเงินสำรองต่างประเทศของเรามาแสดงข้างต้นนี้ มีความมุ่งหมายอยู่ ๒ ประการ คือ ใคร่จะเรียนยืนยันว่า เราพยายามใช้เงินสำรองของเราในทางที่จะเป็นประโยชน์แก่เราให้มากที่สุด และแม้ว่าการค้าขาออกในปีนี้จะลำบากยากเข็ญชั่วคราว เราก็ยังมีทางแก้ไขผ่อนปรนไม่ถึงหายนะ แต่ผมใครเสนอว่า เมื่อเริ่มมาด้วยดีแล้ว ต้องไม่ประมาท ต้องต่อตามได้ด้วยดีตลอดไป ผู้ผลิตและพ่อค้าขาออกตลอดจนรัฐบาลของเรา จะต้องแก้ไขปรับปรุงเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ให้แคล้วคลาดไปโดยเร็ว ในการผลิตและการค้าก็ดี ในการบริหารราชการด้านต่าง ๆ ก็ดี วงการธนาคารของเราย่อมสามารถมีส่วนช่วยเหลือได้โดยสมบูรณ์ ถ้าเรามีความตั้งใจในประโยชน์ส่วนรวม

เนื่องมาจากการประชุมที่กัวลาลัมเปอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีข้อที่ควรจะเสนอให้ท่านทราบ ๒ เรื่อง คือ นายลิน โจยัน ประธานสมาคมธนาคารในมาเลเซีย ได้เสนอขอให้ผู้ว่าการธนาคารกลางต่าง ๆ นอกการประชุม แต่ภายในการประชุมนั้นผู้ว่าการต่าง ๆ ก็ได้มีข้อพิจารณาเรื่องราวการตั้งสถาบันร่วมกันเพื่อฝึกพนักงานธนาคารต่าง ๆ และทำการวิจัยด้านการเงินอยู่ก่อนแล้ว เรื่องนี้ ผมขอมอบให้สมาคมธนาคารไทยและธนาคารทั้งหลายรับไปพิจารณาด้วยในรายละเอียด หากเห็นสมควรที่จะร่วมมือกับเขา ก็ควรที่จะเตรียมตัวจัดการรวบรวมธนาคารต่าง ๆ ของเราเข้าไว้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีอำนาจรับผิดชอบภายในสมาคมอย่างจริงจัง แต่จะเป็นการสมควรหรือไม่ประการใดก็ตาม การร่วมมือระหว่างประเทศที่แท้จริง เช่น การประชุมผู้ว่าการธนาคารกลางในภาคพื้นนี้ ผมเองเห็นว่าได้ประโยชน์ดี เพราะได้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในปัจจุบันและอนาคตต่อไป

 

ตคฺครญฺจ ปลาเสน                โย นโร อุปนยฺหติ

ปตฺตาปิ สุรภิวายนฺติ             เอวํ ธีรูปเสวนา

 

ใบพ้อพันห่อหุ้ม       กฤษณา

หอมระรวยรสพา                 เพริศด้วย

คือคนเสพเสน่หา                 นักปราชญ์

ความสุขซาบฤาม้วย                           ดุจไม้กลิ่นหอม

 

ท่านผู้เป็นประธาน ผมขออภัยที่ได้กล่าวมายืดยาวกว่าปกติ ในนามแห่งผู้รับเชิญมาในงานนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณท่านประธาน และสมาชิกของสมาคมธนาคารไทยทุกท่านที่ได้เอื้อเฟื้อเชิญพวกเรามา ได้รับความอิ่มเอิบในรสอาหารและสุราบานร่วมกับท่าน ได้สนทนาวิสาสะกันด้วยไมตรีจิต เป็นที่เจริญอารมณ์ยิ่งนัก