สุนทรพจน์ เนื่องในงานเลี้ยงอาหารค่ำฯประจำปี ๒๕๐๘

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘

 

ท่านผู้เป็นประธาน ท่านสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ ผู้มีเกียรติ

ค่ำวันนี้เป็นโอกาสอันน่ายินดีเป็นพิเศษ เพราะในงานประจำปีของสมาคมธนาคารไทยที่มีมา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับเกียรติมาร่วมด้วยในฐานะคณบดีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เศรษฐกิจจะรุ่งเรืองได้ต้องอาศัยความก้าวหน้าทั้งในด้านวิชาการและในด้านปฏิบัติผสมกัน บรรดาคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยจะต้องใช้อุตสาหะวิริยะร่วมกับสติปัญญาในการฝึกสอนอบรมและวิจัย บรรดานายธนาคารจะต้องใช้ความรอบรู้และเชี่ยวชาญทางปฏิบัติมาช่วยวางเป็นแนวให้วิชาการใช้เป็นประโยชน์ได้ นอกจากนั้น ยังมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอีกด้านหนึ่ง คือคณะเศรษฐศาสตร์จะผลิตสติปัญญาและผู้มีวิชาการให้วงการธนาคารใช้ วงการการธนาคารเล่าก็คงหวังได้ว่า จะสนับสนุนด้วยกำลังทรัพย์และกำลังอย่างอื่นให้คณะเศรษฐศาสตร์สามารถก้าวหน้าเป็นพื้นฐานแห่งความเจริญต่อไป

ท่านผู้เป็นประธาน[1] ไหน ๆ คณบดีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ได้โอกาสมาพูดในที่ชุมนุมนี้แล้ว ผมใคร่จะนำเอาผลของการวิจัยเรื่องปัญหาการธนาคาร มาเสนอในที่นี้สัก ๑ หรือ ๒ ข้อ เมื่อไม่นานมานี้ กรมตำรวจได้กำชับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อย ให้คอยตรวจตราดูว่า จะมีใครทำอนาจารในที่เปิดเผยหรือสาธารณะหรือไม่ เฉพาะอย่างยิ่งในไนต์คลับ และกำชับให้เคร่งครัดปราบปรามมิให้ใครละเมิดศีลธรรมอันดีของประชาชน คณบดีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดมีความสนใจ จึงได้เริ่มวิจัยดูว่า ธนาคารพาณิชย์กับไนต์คลับนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ผลของการวิจัยสรุปได้ว่า “ธนาคารไม่ใช่ไนต์คลับ และไม่ควรดำเนินการทำนองเดียวกันกับไนต์คลับ”

มีอรรถาธิบายโดยย่อ ดังนี้.-

๑. ไนต์คลับเป็นสถานที่ซึ่งผู้แสดงมักแสดงวิธีการเปลื้องสิ่งของบางอย่างจากตัวของตัวเอง ทำให้ผู้ชมตื่นเต้นใจคอวาบหวาม การปลดเปลื้องนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ธนาคารคิดจะทำ ก็มักทำได้แต่เปลื้องเงินทองของผู้อื่น และผู้ที่ถูกเปลื้องนั้นอาจจะรู้สึกตื่นเต้น แต่ไม่สนุก

๒. ไนต์คลับจะตั้งอยู่ได้และดำเนินการอยู่ได้ ก็ต้องอาศัยอิทธิพลของผู้ทรงยศคุ้มครอง สำหรับกิจการธนาคาร ยศอย่างเดียวไม่พอต้องการเกียรติมากกว่า และในบางกรณี ยศกับเกียรติอาจจะไม่ไปด้วยกัน

๓. ไนต์คลับที่ได้รับความคุ้มครอง กับธนาคารที่ได้รับความคุ้มครองลักษณะเกือบจะใกล้เคียงกัน คือ เจ้าพนักงานที่ต้องทำหน้าที่ควบคุมตามกฎหมาย ให้ดำเนินการในทำนองคลองธรรม จะไม่สามารถปฏิบัติงานด้วยดีได้ เพราะบังเกิดความหวาดเสียวสยองในดวงใจของทั้งพลตำรวจและผู้ว่าการธนาคารชาติ

จากการวิจัยเรื่องธนาคารกับไนต์คลับ คณบดีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เริ่มดำเนินการวิจัยโดยสด ๆ ร้อน ๆ อีกประการหนึ่ง คือ “กรรมการธนาคารแตกต่างกับเลขานุการรัฐมนตรีอย่างไร” ข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้คือ เลขานุการรัฐมนตรี ท่านก็ทราบแล้ว เป็นตำแหน่งทางการเมือง ถ้ารัฐมนตรีออกหรือถึงอสัญกรรม เลขานุการก็มักจะเปลี่ยนตัวตามไปด้วย ปัญหามีอยู่ว่า คณะกรรมการธนาคารควรจะเกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามตำแหน่งการเมืองหรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนี้ จะมีผลดีผลร้ายแก่กิจการธนาคารและราชการอย่างใดบ้าง น่าวิจัยให้ลึกซึ้ง แล้วแสดงผลให้ชัดเจน

นอกจากตำแหน่งคณบดีแล้ว ในรอบปีที่แล้วมา ผมยังได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการในอีกคณะหนึ่ง เกี่ยวข้องกับเงิน ๖๒๒,๗๔๓,๔๒๐ บาท ๗๓ สตางค์ เรื่องนี้ ครั้นจะพูดมากไปก็จะทำให้สมุดปกขาวจืดเสียก่อนที่จะคลอดออกมา ครั้นผมจะไม่พูดถึงเสียเลยในชุมนุมวันนี้ ก็เกรงว่าท่านผู้มีเกียรติบางท่านจะผิดหวังไป ผมจึงใคร่อนุญาตกล่าวถึงแต่เพียงสั้น ๆ ๒ ข้อ คือ

๑. เงิน ๖๒๒,๗๔๓,๔๒๐ บาท ๗๓ สตางค์ ในทางนิตินัย ตกเป็นของรัฐทันทีแล้วตั้งแต่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ แต่ในทางพฤตินัย กระทรวงการคลังกำลังเริ่มทยอยเรียกเข้ามาสู่ท้องพระคลัง การสูบเงินมาก ๆ หลายร้อยล้านเข้าคลัง แม้จะค่อย ๆ ทำโดยละม่อม ย่อมกระทบกระเทือนวงการธนาคารเป็นธรรมดา และในบางกรณี เมื่อศูนย์ดูดเป็นธนาคาร เงินซึ่งอยู่ในมือประชาชนและวงการธุรกิจทั่วไปย่อมได้รับความกระทบกระเทือนมากกว่าจำนวนที่ถูกดูดเข้าคลังหลายเท่า ผลของเรื่องนี้พูดง่าย ๆ คือ จะทำให้เงินฝืด กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยทราบตระหนักในข้อนี้ดีอยู่ และมีข้อดำริป้องกันแก้ไขอยู่แล้ว หวังว่าจะเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้จ่ายเงินเพื่อการพัฒนาได้มากขึ้น เป็นประโยชน์ทั้งในปัจจุบันและอนาคตใกล้ไกล

๒. สุภาษิตโบราณที่ว่า “วัวหายแล้วล้อมคอก” นั้น แปลได้เป็น ๒ นัย นัยหนึ่งตัดพ้อต่อว่า ว่าทำไมจึงไม่ล้อมคอกก่อนวัวหาย อีกนัยหนึ่งแนะนำว่า เมื่อวัวหายไปแล้ว ให้ล้อมคอกเสีย เผื่อไปตามวัวเก่าพบ หรือหาวัวใหม่ได้ วัวจะได้ไม่หายอีก แปลสำนวนไหน ดีทั้งคู่ แต่นัยที่ ๒ นี้เหมาะกับสภาพปัจจุบันเรา หมายความว่า เมื่อวัวหายไปแล้ว เพียงแต่ไปตามคืนมาตกเป็นของเจ้าของบ้านทันทีเท่านั้นไม่พอ ต้องล้อมคอกด้วย มิฉะนั้นขโมยใหม่จะรู้เค้า การล้อมคอกจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่จะต้องคอยดูต่อไป แต่ถ้าเผอิญเวลาล่วงเลยไปนาน ปรากฏว่า คอกวัวเงินราชการลับก็ไม่มีล้อม คอกวัวแห่งความชอบธรรมในการประกอบการค้า การอุตสาหกรรม ก็ไม่มีล้อม คอกวัวแห่งความชอบธรรมในการประมูล หรือทำสัญญารับเหมากับรัฐบาล ก็ไม่มีล้อม ทำให้ไม่สามารถคุ้มกันผลประโยชน์แห่งสาธารณชนได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น่าจะขออาสาทำการวิจัยถึงสาเหตุที่ไม่มีคอกล้อม ในเมื่อควรจะมีคอก จะวิจัยเรื่องลักษณะของคอกที่ดี และน่าจะวิจัยเลยไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ควรล้อมคอกกับคนนอกคอก และโดยที่เห็นว่า คอกเป็นเรื่องสำคัญ ก็อาจจะวิจัยเลยไปถึงคอกอย่างอื่นด้วย เช่น คอกหมู หรือคอกประปา เป็นต้น

ท่านผู้เป็นประธาน และสมาชิกผู้มีเกียรติของสมาคมธนาคารไทย เรื่องของคณบดีนี่มีมาก จะกล่าวให้ยืดยาวไปในที่นี้ก็ใช่ที่ ผมใคร่ขอหวนกลับมากล่าวถึงงานเลี้ยงค่ำวันนี้ ว่าในนามของแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญมาทั้งมวล ขอขอบพระคุณในเมตตาจิตของสมาคม ทำให้แขกทุกคนมีความสำราญเบิกบานใจ เริ่มตั้งแต่เมื่อได้รับบัตรเชิญ ก็ตื่นเต้นรู้สึกสนุกล่วงหน้า มาถึงตอนย่างเท้าเข้าบริเวณงาน จนกระทั่งปิดรายการ สนุกสนานตลอดเวลา ขอขอบพระคุณ

ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ผู้ได้รับเกียรติเป็นแขกในงานนี้ ผมขอเชิญชวนท่านได้โปรดลุกจากที่นั่ง และดื่มเพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่งสมาคมธนาคารไทย

 

 

 

[1]           นายอุเทน เตชะไพบูลย์ เป็นประธานสมาคมธนาคารไทยในช่วงปี ๒๕๐๘–๒๕๑๑ ต่อจากนายบรรเจิด ชลวิจารณ์